Behind the [LOVE] Scene Chapter 6-7

posted on 11 Nov 2011 18:50 by melodii-fiction  in YamaJima

 

Behind the [LOVE] Scene

- Chapter 6 -

 

 

 

นานพอดูกว่าที่ยูโตะจะพาร่างที่เกือบๆ จะหมดสติของเรียวสุเกะกลับมาบ้านได้....ที่บอกว่าเกือบๆ จะหมดสติก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ก็เขาไม่รู้นี่ว่าหมอนี่มันสลบไปหรือยัง เห็นพูดพึมพำๆ อะไรก็ไม่รู้จับใจความไม่ได้เลย เขาเลยคิดว่าคงจะแค่เกือบๆ หมดสติล่ะมั้ง เพราะถ้าหมดสติไปแล้วคงจะพูดอะไรไม่ได้หรอกนะ

 

เอ๊ะ...หรือว่า...นายยามาดะนี่สลบไปแล้วแต่ไข้ขึ้นจนเพ้อออกมาอย่างนั้นเหรอ...?

 

 

“ยูโตะ กลับมาแล้วเหรอลูก....อ๊ะ นั่น...พาใครมาน่ะ”

 

เมื่อคุณนายนาคาจิม่าเดินมาเห็นลูกชายตัวเองพาเด็กหนุ่มหน้าตาคุ้นๆ คนหนึ่งกลับมาบ้านด้วยก็เอ่ยถามอย่างแปลกใจ ยูโตะยิ้มแห้งๆ ให้กับผู้เป็นแม่......แล้วจะตอบว่าอะไรดีล่ะเนี่ย

 

“คือ...แม่ฮะ ตอนนี้...เอ่อ....เพื่อนผมมันไข้ขึ้นสูงมากเลย คือผมไปเจอมันตรงหน้ามินิมาร์ทน่ะฮะ เหมือนว่ามันจะเพ้อด้วย แม่ช่วยหน่อยสิ ทำยังไงดี ผมทำอะไรไม่ถูกเลยพามันมาบ้านเราก่อน...”

 

“ไข้ขึ้นสูงเหรอ ตายแล้วๆ งั้นเดี๋ยวพาเพื่อนไปนอนพักในห้องดีกว่านะ....คุณคะ มาช่วยลูกหน่อยสิ”

 

“มีอะไรกันเหรอ”

 

คุณนาคาจิม่าเดินออกมาตามเสียงเรียกของภรรยา ยูโตะจึงต้องเล่าเรื่องทุกอย่างให้พ่อฟังอีกครั้ง และเมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว สองพ่อลูกจึงช่วยกันพยุงร่างของเด็กหนุ่มที่ไม่ได้สติเข้าไปในห้องนอนจนเรียบร้อย

 

.....และห้องนอนที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องใคร....ห้องของเขาเองนี่แหละ!

 

 

“เดี๋ยวแม่ไปเอากะละมังกับผ้าขนหนูมาให้นะลูก จะได้เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ไข้ลดลง”

 

คุณนายนาคาจิม่าเอ่ยแล้วผละไป สักพักก็กลับเข้ามาพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาว พอเห็นว่าผู้เป็นแม่ทำท่าจะเข้าไปเช็ดตัวให้กับร่างที่นอนอยู่บนเตียง ยูโตะก็รีบพูดขึ้นมาทันที

 

“แม่ไม่ต้องทำหรอกฮะ เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้มันเอง แม่กับพ่อไปพักผ่อนเถอะ ผมขอโทษด้วยที่ทำให้งานเลี้ยงกร่อยหมดเลย”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเลี้ยงฉลองกันต่อก็ได้”  คุณนาคาจิม่าพูดอย่างใจดี

 

“งั้นแม่กับพ่อไปก่อนล่ะ ลูกก็ดูแลเพื่อนดีๆ นะยูโตะ”

 

“ฮะแม่”

 

 

เมื่อผู้เป็นพ่อและแม่เดินออกจากห้องไปแล้ว ร่างบางก็หันมามองผ้าขนหนูกับกะละมังที่บรรจุน้ำไว้ซึ่งวางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียงสลับกับมองหน้าคนป่วย แล้วก็ถอนหายใจออกมา

.......ถึงบอกแม่ไปแล้วว่าจะเช็ดตัวให้หมอนี่เองก็เถอะนะ แต่เอาเข้าจริงๆ เขาจะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะเนี่ย

 

ยูโตะนั่งลงตรงเก้าอี้ที่จัดการลากมาไว้ข้างเตียงตัวเอง แล้วก็เริ่มต้นหยิบผ้าขึ้นมา เอาไปชุบน้ำแล้วบิดหมาด จากนั้นก็ค่อยๆ เช็ดที่ใบหน้าของเรียวสุเกะเบาๆ

 

“....อือ.....”

 

เด็กหนุ่มที่นอนป่วยอยู่ครางออกมาเมื่อรู้สึกถึงความเย็นที่มาสัมผัสผิวแก้ม ทำให้คนที่กำลังเช็ดหน้าให้อยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ รีบชักมือกลับทันที

 

“โธ่เอ๊ย...ตกใจหมด นึกว่าตื่นแล้วซะอีก”

 

ยูโตะพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นว่าคนป่วยยังคงนอนหลับตาสนิทอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาอย่างที่เขาคิดเอาไว้ จึงค่อยๆ เอื้อมมือข้างที่ถือผ้าขนหนูอยู่ไปเช็ดหน้าให้กับคนป่วยอีกครั้ง.......พอได้มองใบหน้าของเรียวสุเกะชัดๆ แบบนี้แล้ว เขาก็รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้.....เหมือนกับว่าหัวใจตัวเองเต้นเร็วขึ้นแปลกๆ.....มันไม่ได้เต้นเป็นจังหวะเหมือนปกติเลย.....

 

“นี่เราเป็นอะไรเนี่ย?”

 

ร่างบางพูดกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ....ไอ้อาการหัวใจเต้นเร็วขึ้นแปลกๆ รู้สึกใบหน้าร้อนขึ้นแปลกๆ นี่มันคืออะไรกันนะ......หรือว่าเขากำลังไม่สบายเหมือนกัน ?

 

 

ยูโตะส่ายหน้าเร็วๆ สองสามทีเพื่อไล่ความคิดบ้าๆ ออกไปจากสมอง.....คิดอะไรบ้าบอนะยูโตะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดไร้สาระแบบนี้ ยามาดะกำลังไม่สบาย ป่วยหนัก เราต้องรีบช่วยเขาก่อนสิใช่ไหม?

 

 

ว่าแต่....เช็ดหน้าเสร็จแล้วจะเช็ดตัวยังไงต่อดีนะ

 

 

 

“....ร้อน.....”

 

เมื่อได้ยินเรียวสุเกะพูดขึ้นมาแบบนั้น ยูโตะก็ยิ่งร้อนรน มองไปที่เสื้อของคนป่วยก็พบว่ามันเปียกเหงื่อไปหมด....เอาไงดีนะยูโตะ ยังงี้ต้องเปลี่ยนเสื้อให้ใช่มั้ยเนี่ย

 

คิดได้ดังนั้น ร่างบางก็รีบไปค้นเสื้อตัวเองในตู้เสื้อผ้าทันที หยิบชุดนอนได้ก็คว้ามาตั้งท่าจะเปลี่ยนให้กับอีกคนเต็มที่ แต่พอยื่นมือเข้าไปจะปลดกระดุมเสื้อของคนป่วย ยูโตะก็ชะงักมือเอาไว้แบบนั้น

 

....ทั้งๆ ที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแท้ๆ......แต่ทำไมเขาถึงได้เขินแบบนี้ล่ะ ให้ตายสิ  / / / /

 

 

“ขอโทษนะยามาดะ.....ฉัน..ขออนุญาตแล้วกันนะ”

 

ยูโตะพูดพึมพำ แก้มมีสีระเรื่อขึ้นเล็กน้อย มือบางค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อของอีกคนทีละเม็ด..ทีละเม็ด.....พอปลดไปได้ถึงกระดุมเม็ดสุดท้าย เขาก็จัดการแหวกเสื้อออก ทำให้เห็นอกแกร่งของคนป่วยชัดเจนเต็มสองตา

 

ยูโตะรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนขึ้นทันทีที่ได้เห็นแผ่นอกของคนตรงหน้า จึงรีบเอามือตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติกลับคืนมาในทันที

 

 

“จะบ้าเหรอยูโตะ...นายจะหน้าแดงทำไม....บ้าไปแล้วแน่ๆ...”

 

“นั่นน่ะ....มันผู้ชายเหมือนกันนะ....”

 

“...อกหมอนั่น...มันก็เหมือนกับของนายนั่นแหละ....”

 

“....แล้วทำไม...เราต้องเขินด้วยเนี่ย....”

 

 

ร่างบางพยายามรวบรวมสติของตัวเองกลับคืนมา ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวคนป่วยขึ้นมาเพื่อที่จะถอดเสื้อออกให้ และเมื่อยูโตะจัดการถอดเสื้อเสร็จเรียบร้อย ก็รีบเอาผ้าชุบน้ำเช็ดที่ซอกคอ และแผ่นอกอย่างรวดเร็ว ไม่ลืมที่จะหลับตาปี๋ไปด้วย

 

ใช้เวลาเพียงไม่นาน ยูโตะก็จัดการเช็ดตัวคนไข้และใส่เสื้อใหม่ได้สำเร็จ แม้ว่ากระดุมเสื้อนอนที่ใส่ให้จะติดผิดๆ ถูกๆ ไปบ้าง แต่ก็ช่างเถอะ เขาไม่แก้แล้ว เดี๋ยวเจ้าตัวตื่นขึ้นมาเห็นก็แก้เองนั่นแหละนะ

 

 

“นายทำให้ฉันวุ่นวายมาก รู้ตัวรึเปล่า นายยามาดะบ้าเอ๊ย”

 

มือบางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปบีบจมูกของคนที่นอนป่วยอยู่เบาๆ ...ก็คนมันหมั่นไส้หนิ! แค้นก็แค้น ก็เพราะนายนี่คนเดียวเลย ทำให้เขาอดฉลองให้พ่อ แถมต้องมานั่งดูแล เช็ดตัวให้สารพัดอีก....ถ้าตื่นขึ้นมานะ จะเอาคืนให้น่วมเลยคอยดู!

 

และเมื่อยูโตะเอามือออกจากจมูกของอีกคนแล้ว ก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆ มือของคนป่วยก็เอื้อมมาจับมือเขาไว้แน่น แถมยังไม่ยอมปล่อยง่ายๆ อีกต่างหาก

 

“เฮ้ย! นาย ปล่อยนะ”

 

คนถูกจับมือพยายามแกะมือของอีกคนออก แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่ปล่อยแล้ว เรียวสุเกะยังจับมือเขาแน่นขึ้นอีกด้วยซ้ำ!

 

“บอกให้ปล่อยไม่ได้ยินรึไง!”

 

“......แม่......”

 

ยูโตะที่โวยวายอยู่ชะงักทันทีที่ได้ยินคนที่จับมือเขาอยู่ตอนนี้พูดพึมพำออกมา....หมอนี่...ว่าอะไรนะ...แม่งั้นเหรอ?

 

 

“......แม่.....ฮะ.......ผม....คิดถึงแม่.......”

 

“....อย่า...ปล่อยมือผม....นะฮะ.....”

 

“...................”

 

ร่างบางอึ้งไปเสียนานเมื่อได้ยินคนที่นอนป่วยพูดละเมอออกมาอย่างนั้น....ฟังจากน้ำเสียงแล้ว...เขารู้สึกได้ถึงความโหยหาความรัก..ความอบอุ่นอย่างไรไม่ทราบ.....รู้สึกว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเขานี่พูดในสิ่งที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ.....

 

 

นาย...คิดถึงแม่อย่างนั้นเหรอยามาดะ

แล้วตอนนี้.....แม่ของนายอยู่ที่ไหนกันนะ ?

 

 

ยูโตะนั่งมองคนป่วยอยู่อย่างนั้น จากที่เคยขัดขืนจะดึงมือตัวเองออกจากมือของอีกคน ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ได้แต่นั่งนิ่งๆ ยอมให้เรียวสุเกะจับมืออยู่แบบนั้น

ไม่ใช่ว่าเขาอยากถูกจับมือไว้แบบนี้หรอกนะ....เพียงแต่..เขารู้สึกว่า คนตรงหน้าเขานี่ต้องการความอบอุ่นจากใครสักคน แล้วถ้าเขาดึงดันที่จะปฏิเสธ...มันก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อยล่ะมั้ง

 

“นี่ฉันเห็นว่านายไม่สบายหรอกนะ ถึงได้ยอมให้นายจับมือไว้แบบนี้น่ะ”

 

ร่างบางพูดพึมพำ มองหน้าคนป่วยอีกสักพักแล้วก็สู้ความง่วงที่เข้ามาจู่โจมไม่ไหว จึงฟุบหน้าลงกับเตียงเข้าสู่นิทราไปในที่สุด

 

 

หลับไป...ทั้งที่มือก็ยังคงจับกันไว้อยู่แบบนั้น......เนิ่นนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Behind the [LOVE] Scene

- Chapter 7 -

 

 

 

เปลือกตาที่ปิดสนิทมานานกว่าหลายชั่วโมงค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ...ก่อนจะกะพริบถี่ๆ ด้วยความงุนงง เพราะเมื่อมองไปรอบๆ ตัวแล้ว...ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ..เก้าอี้..ตู้เสื้อผ้า....ล้วนแปลกตาไปเสียหมด

 

แต่สิ่งรอบตัวทั้งหลายก็ดูเหมือนจะไม่น่าสนใจเท่ากับความอบอุ่นที่ถ่ายทอดมายังฝ่ามือของเขาตอนนี้....เรียวสุเกะก้มลงมองหาที่มาของความอบอุ่นนั้น และเขาก็ได้พบมัน...เมื่อเห็นใครบางคนกำลังฟุบหน้านอนหลับอยู่ตรงข้างๆ ตัว โดยที่มือข้างหนึ่งของเขาและของใครคนนั้นได้จับกันไว้แน่น...ต่างก็ถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันและกัน

 

......อบอุ่น...ไปจนถึงหัวใจ......

 

 

เรียวสุเกะมองคนที่ยังหลับอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยนโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว....มืออีกข้างที่ยังว่างค่อยๆ เอื้อมไปใกล้หมายจะปัดปอยผมที่ร่วงลงมาปิดหน้าผากเล็กนั้นออก หากแต่เสียงของประตูที่เปิดเข้ามาก็ทำให้เขารีบชักมือกลับในทันที

 

“พี่ยูโตะ~ เช้าแล้วนะฮะ......อะ...เอ๋....?”

 

คนที่เข้ามาใหม่ชะงักไป หยุดยืนค้างอยู่ตรงนั้นเมื่อเห็นใครคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงแทนที่จะเป็นพี่ชายของตนเอง ไรยะเพ่งมองดูร่างบนเตียงนั้นชัดๆ แล้วก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจมากถึงมากที่สุด

 

“พี่เรียว!!”

 

คนถูกเรียกชื่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งกับชื่อเรียกที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรนัก ก่อนจะมองไปยังเด็กชายตัวเล็กอย่างแปลกใจ.......หน้าตาแบบนี้...มันคุ้นๆ ชอบกลแฮะ

 

“พี่เรียวจริงๆ ด้วย! ทำไมพี่ยูโตะไม่เห็นบอกเลยว่าพาพี่เรียวมาบ้าน พี่เรียวมาตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะเนี่ย”

 

“น้องชาย..นาคาจิม่างั้นเหรอ?”

 

เรียวสุเกะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะแหบแห้ง ทำให้เด็กชายตัวเล็กรีบกุลีกุจอหาน้ำมาให้ดื่มเป็นการใหญ่

“ดื่มน้ำก่อนนะฮะจะได้ดีขึ้น”

 

“ขอบใจ..”

 

คนป่วยรับน้ำไปดื่มแล้วเอ่ยขอบคุณด้วยมารยาทที่ดี จากนั้นก็วางแก้วน้ำไว้ข้างๆ หัวเตียงก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งได้ในที่สุด โดยที่มือข้างหนึ่งก็ยังคงจับมือบางของใครอีกคนไว้อย่างนั้นเช่นเดิม

 

“พี่เรียวไม่สบายเหรอฮะ งั้นเดี๋ยวผมไปบอกแม่ดีกว่าว่าพี่เรียวตื่นแล้ว จะได้ยกข้าวเช้ามาให้ทาน...” เด็กชายตัวเล็กพูดแล้วทำท่าจะผละไป แต่ก็หันกลับมามองเรียวสุเกะอีกครั้งแล้วพูดแนะนำตัวเอง

 

“ผม นาคาจิม่า ไรยะ น้องชายพี่ยูโตะฮะ”

 

ไรยะเอ่ยพร้อมรอยยิ้มน่ารักจากนั้นก็เดินออกจากห้องไป และเมื่อน้องชายเดินออกไปแล้ว ผู้เป็นพี่ที่นอนหลับไปเสียนานก็ค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาในที่สุด

 

ยูโตะรู้สึกเมื่อยและค่อนข้างปวดบริเวณช่วงไหล่ตลอดจนช่วงแขนทั้งสองข้าง เหตุก็เพราะนอนผิดท่าผิดทางไปเสียหลายชั่วโมง ร่างบางจึงจะยืดแขนออกเพื่อคลายความเมื่อย ...แต่ทว่าความรู้สึกและสัมผัสบางอย่างที่ฝ่ามือทำให้เจ้าตัวมองไปที่มือตัวเองอย่างแปลกใจ

 

และเมื่อพบว่า สัมผัสนั้นคืออะไรและมาจากใคร ยูโตะก็ตาโตขึ้นด้วยความตกใจอย่างมาก ก่อนจะรีบชักมือออกจากมือของอีกคนเป็นพัลวัน ซึ่งเรียวสุเกะก็ยอมปล่อยมือของเขาออกแต่โดยดี

 

“นะ...นาย !”

 

ร่างบางพูดได้แค่นั้น เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไรต่อ ในเมื่อเมื่อคืนนี้ เขาเองที่เป็นคนยอมให้อีกคนจับมือจนหลับไปทั้งอย่างนั้น และเมื่อตื่นขึ้นมา...ถ้ามือมันจะยังจับกันอยู่ก็คงไม่แปลก...

 

แต่...มันจะไม่แปลกแน่เหรอ? ในเมื่อก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่ายามาดะ เรียวสุเกะตื่นก่อนเขา แล้ว...ทำไมนายนั่นถึงไม่ปล่อยมือที่จับไว้ออกกันนะ..?

 

“.........”

 

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด เมื่อต่างฝ่ายต่างก็มองหน้ากัน แต่ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา เหมือนกำลังรอให้ฝ่ายตรงข้ามทำลายความเงียบขึ้นก่อน ...แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอยู่ดี

 

 

...อึดอัด...

 

ร่างบางคิดในใจอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่ชอบเลยกับความรู้สึกแบบนี้...ไม่ชอบความเงียบแบบนี้เอาเสียเลย

อยากจะพูด...อยากจะถามไถ่อาการของอีกคนว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไข้ลดลงหรือยัง.....แต่ว่า ทิฐิและคำว่าศักดิ์ศรีมันติดอยู่ในใจ....ก็เรื่องอะไรกันเล่าที่เขาต้องถามอาการป่วยของหมอนี่ นายยามาดะควรจะเป็นฝ่ายพูดขอบคุณเขาก่อนสิ ที่อุตส่าห์ช่วยดูแล(แม้จะไม่เต็มใจเท่าไร)เสียทั้งคืน แถมยังต้องยอมยกเตียงให้ แล้วระเห็จตัวเองมานอนเมื่อยอยู่ตรงนี้น่ะ !

 

และตอนนี้ ในเมื่อนายนั่นไม่ยอมพูดออกมา เขาก็จะไม่พูดด้วยเหมือนกัน

ให้มันรู้ไปสิว่า...ใครมันจะทนกับความอึดอัดแบบนี้ได้นานกว่า ฮึ!

 

 

“...แค่กๆ....ค่อกแค่กๆ....”

 

เสียงไอของคนป่วยที่นั่งอยู่บนเตียงทำให้ยูโตะรีบหาน้ำหาท่าให้ดื่มเป็นการใหญ่ และก็เผลอหลุดปากพูดถามไถ่อาการออกไปจนได้

 

“คอแห้งมากเลยเหรอ แล้วไข้นายลดลงรึยังเนี่ย อ๊ะ..”

 

ในช่วงเวลาที่ยืนขึ้นส่งน้ำให้กับเรียวสุเกะ อาจจะเป็นเพราะรีบลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป ทำให้ยูโตะเกิดอาการหน้ามืดกะทันหัน จึงเสียหลักล้มลงไปทับคนป่วยเสียเต็มๆ และน้ำที่ถืออยู่ก็หกรดตัวของเขาและอีกคนจนเปียกไปหมดเช่นกัน

 

“โอ๊ย...ให้ตายเถอะ”

 

ยูโตะพูดพึมพำอย่างหัวเสีย เมื่อรู้สึกถึงความเปียกแฉะบริเวณหน้าอก ร่างบางพยายามเอามือดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากตัวของเรียวสุเกะ แต่ทว่า..เขาก็ไม่สามารถทำได้เลย เมื่อตอนนี้แขนทั้งสองข้างของเขาเหมือนจะชาจนหมดเสียแล้ว ...ก็เพราะที่นอนผิดท่าทับแขนตัวเองเมื่อคืนนั่นล่ะ

 

จึงกลายเป็นว่าในตอนนี้... ร่างของยูโตะได้นอนทับร่างของเรียวสุเกะอยู่ และ ใบหน้าของเขากับของอีกฝ่ายก็มีช่องว่างห่างกันเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น...

 

 

แอ๊ด ~

 

“พี่เรียวฮะ ข้าวต้มมาแล้ว~~ ....อะ..เอ๋ ?”

 

เมื่อไรยะเดินเข้ามาในห้องพร้อมถือถาดข้าวต้มมาในมือก็ได้พบกับภาพเหตุการณ์ที่....เหมือนในละครยังไงไม่รู้แฮะ ก็ตอนนี้พี่ชายของเขากำลังนอนทับพี่เรียวอยู่นี่นา....และถ้าเขาจำไม่ผิด ฉากแบบนี้ ในละคร มันเป็นฉากที่...พระเอกกับนางเอกของเรื่องกำลังจะรักกันไม่ใช่หรือ..? ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่า ‘กำลังจะรักกัน’ มันคืออะไร แต่เห็นพี่ยูโตะเคยบอกไว้แบบนั้นนี่นา...

 

งั้นแสดงว่า...ตอนนี้ พี่ชายของเขากับพี่เรียวกำลังจะ...รักกัน...อย่างนั้นเหรอ?

 

 

“อะ..เอ่อ...ขอโทษ”

 

เมื่อยูโตะเห็นน้องชายเข้ามาในห้องก็เหมือนกับตั้งสติขึ้นได้ จึงรีบยันตัวเองลุกขึ้นพร้อมกับเอ่ยขอโทษอีกคนเบาๆ ซึ่งเรียวสุเกะเพียงแค่มอง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ ทำให้ร่างบางรู้สึกอาย และตกประหม่าอย่างไรบอกไม่ถูก มือไม้ก็ดูเหมือนว่าจะยาวเก้งก้างจนไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหนดี

 

ให้ตายเถอะ...เขาไม่ชอบตัวเองในตอนนี้เลยจริงๆ T_T

 

 

“ระ-ไรยะ...นั่นข้าวต้มใช่มั้ย...อะ..เอ่อ....งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนละกันนะ”

 

ยูโตะหันไปพูดกับน้องชายเหมือนแก้เก้อ ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไป โดยที่ไม่หันกลับมามองอีกเลย...

และเมื่อพี่ชายเดินออกจากห้องไปแล้ว ไรยะก็เดินเอาถาดข้าวต้มไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง หากแต่ทั้งเขาและข้าวต้มชามนั้นก็ไม่ได้รับความสนใจจากใครอีกคนที่อยู่ในห้องนั้นเลย...เพราะเรียวสุเกะที่นั่งอยู่บนเตียงก็เอาแต่มองตามยูโตะไปอย่างนั้น ด้วยสายตาที่เหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ

 

เด็กชายตัวเล็กได้แต่มองตามคนนู้นทีคนนี้ที แล้วก็เอียงคอทำหน้างง....ตกลง นี่มันยังไงกันเนี่ย ไรยะงงไปหมดแล้วนะ

 

 

พี่ยูโตะกับพี่เรียวรักกันอย่างนั้นเหรอ...?

 

.

.

.

 

“โอ๊ย ให้ตายเถอะยูโตะ นี่นายเป็นอะไรเนี่ย”

 

หลังจากที่เดินเข้าห้องน้ำมาแล้ว ร่างบางก็ทรุดตัวนั่งลง เอาหลังพิงประตูไว้ แล้วตั้งเข่าขึ้นกอดตัวเองไว้แบบนั้น...ผิวแก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อขึ้นโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว

 

ยิ่งคิดไปถึงเหตุการณ์ในที่เขาล้มไปทับตัวหมอนั่น ยูโตะก็ยิ่งหน้าแดงมากขึ้นอีก...ให้ตาย....นี่เขาเป็นอะไรไปเนี่ย

ความรู้สึกแบบนี้ เขาไม่เคยเป็นมาก่อนเลย ......

 

 

ยูโตะ นี่นายเป็นอะไรไป !? 

นั่นน่ะ...หมอนั่นน่ะ ยามาดะ เรียวสุเกะ นะ....ไอ้หน้าบวมที่นายไม่ชอบหน้า ไม่อยากจะเห็นหน้าไม่ใช่รึไง

 

แล้วทำไม นายต้องใจเต้นกับหมอนั่นด้วย

นี่นายเป็นอะไรไปแล้ว นาคาจิม่า ยูโตะ !

 

 

“บ้า...บ้าแน่ๆ.....นายต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เลย...”

 

 

.......................................................................

........................................................................................

 

 

ร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ หากแต่ดูดีนักในสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ณ บริเวณนั้น หยุดยืนตรง สายตาคมมองบรรยากาศรอบๆ ตัวผ่านแว่นกันแดดสีชา พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นช้าๆ ....

 

แผ่นดินเกิดของเขา....ประเทศญี่ปุ่น

 

 

ในที่สุดก็กลับมาถึงแล้วสินะ

 

 

To be continued

 

มาต่ออีก 2 ตอน~ ที่ต่อวันละ 2 ตอนเพราะว่าตอนนึงมันสั้นอะเนาะ ขี้เกียจลงแยกทีละตอน รวบเลยละกัน อีกอย่างจะได้ถึงตอนที่แต่งไว้ปัจจุบันเร็วๆด้วย(ตอนที่ 14)

 

ก็...ตอนนี้กำลังจะแต่งฟิคเรื่องใหม่อยู่ล่ะค่ะ อิอิ เป็นซีรีย์ภาคต่อ เอ่อ ก็ไม่เชิงภาคต่อซะทีเดียว

เรียกว่ามันเกี่ยวเนื่องกันดีกว่า ของเรื่อง KiSS on your LiP ~ ล่ะ

เป็นอีกคู่นึงที่เคยโผล่มาในเรื่อง ภาคนี้จะได้รับบทเต็มแล้วว เย้ คนหล่อของเม ครึๆๆๆ

หัวเราะบ้าอยู่คนเดียว(ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มแต่ง- -) โอเค ไว้เจอกันใหม่ ไปล้า

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกมากๆเลย ไม่รู้ยามะคิดอะไรอยู่

#1 By ploy (1.2.221.220) on 2012-04-18 11:19