Endless Love...นิรันดร์รัก :: Chapter 4 ::

posted on 26 May 2011 13:41 by melodii-fiction  in Endless-Love

 

.........Endless Love  นิรันดร์รัก.........

 

 

[ Akanishi x Kamenashi , Tomohisa x Yuya , Ryo x Hiroki]

 

 

 

 

 

 

 

Chapter 4

 

 

 

 

‘เจ้าเห็นบ่าวผู้นั้นไหมโทโมฮิสะ ข้าแค่อยากให้เจ้าสืบ...ว่าคาซึยะเป็นใคร มีจุดประสงค์ใดที่เข้ามาทำงานในเรือนอาคานิชิแห่งนี้’

 

 

เสียงของผู้เป็นสหายเก่าแก่ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทไม่จบไม่สิ้น แม้ว่าท่านชายยามาชิตะจะถามเหตุผลที่ต้องทำตามคำขอครานี้ของเพื่อนสักกี่ครั้ง จินก็เอาแต่ส่ายหน้า ก่อนจะบอกเพียงว่า

 

 

‘ข้ามีเหตุผลของข้า และเจ้าก็รู้...ถ้าข้าไม่สงสัยจริงๆ ข้าคงไม่ขอให้เจ้าช่วย’

 

‘แล้วเหตุใดเจ้าจะต้องสนใจบ่าวผู้นั้นมากขนาดนี้ด้วยจิน บางทีเจ้าอาจจะแค่คิดมากเกินไป ข้าเห็นคาซึยะที่เจ้าว่า ก็ดูปกติดีทุกอย่าง ดูนอบน้อมกว่าบ่าวผู้อื่นเสียด้วยซ้ำ’

 

 

โทโมฮิสะยังคงยืนกรานขอเหตุผลจากเพื่อนรัก แต่ท่านชายอาคานิชิก็ยังคงพูดยืนยันคำเดิม

 

 

‘ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้า...มีเหตุผลของข้า และข้าก็คิดว่าเจ้าคงจะเข้าใจ’

 

.

.

 

“ข้าไม่เห็นจะเข้าใจอะไรสักอย่าง สรุปแล้วข้าก็ต้องช่วยเจ้าโดยที่ไม่เข้าใจอะไรเลยนี่นะ...เฮ้อ แย่เสียจริง”

 

 

ท่านชายยามาชิตะพูดรำพึงกับตนเองเบาเบา...ขณะที่ขายาวก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนเข้าสู่เขตชุมชนที่มีแต่ผู้คนเดินขวักไขว่ ท้องฟ้าสีครามสดใสเริ่มเปลี่ยนสีไปตามเวลาของมัน แสงสีทองจากดวงอาทิตย์ค่อยค่อยกลืนหายไปกับเส้นขอบฟ้า ทำให้ท่านชายอดไม่ได้ที่จะหยุดยืนมองดวงตะวันที่เพลานี้กำลังลับหายไป

 

 

“...เจ้านี่ฟังภาษาที่ข้าพูดไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร ก็ข้าบอกว่าอย่ามายุ่งกับข้า! ถอยไปเสียที!”

 

 

ขณะที่โทโมฮิสะกำลังยืนชื่นชมดวงตะวันยามเย็นอยู่นั้น เสียงใสคุ้นหูที่ตอนนี้ขุ่นมัวและเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธก็ดังขึ้นไม่ไกลจากตัวเขานัก ท่านชายรีบหันมองไปทางต้นเสียงที่ได้ยิน และรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ในทันที

 

 

“ดุเสียจริงแม่น้องนางคนสวย ไปกับพี่เถิดหนา พี่รับรองว่าจะทำให้เจ้ามีแต่ความสุข อยากได้อะไรพี่ก็จะให้”

 

 

ฟังสำเนียงเกี้ยวสาวของบุรุษร่างสูงตรงหน้าแล้ว ท่านชายคนเล็กแห่งอาคานิชิก็อยากจะอาเจียนให้อาหารที่เพิ่งจะลงท้องไปไม่กี่นาทีก่อนออกมากองตรงหน้าเสียจริง  แม่น้องนางคนสวยอย่างนั้นหรือ...ฟังแล้วรู้สึกขนลุกสิไม่ว่า  ข้าเป็นชายเต็มร้อยถึงเพียงนี้ กลับมาเรียกข้าด้วยสรรพนามเพศแม่เช่นนั้น อยากจะให้มันเป็นคำพูดสุดท้ายของชีวิตเจ้าหรืออย่างไร!

 

 

“ข้าจะบอกเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายว่า อย่ามายุ่งกับข้า! แล้วก็ถอยไปเสียที ข้าจะเดิน!”

 

“แม่น้องนางคนสวยนี่พูดจาไม่รู้เรื่องเลย มามะ มากับพี่เถิด”

 

 

คราวนี้ร่างตรงหน้าไม่ใช่แค่พูดเพียงลมปากเท่านั้น หากแต่มือกร้านนั้นได้จับลงมาที่ข้อมือของเขาแน่น  และออกแรงดึงให้ขาเล็กเดินตามไป ยูยะมองชายผู้นั้นด้วยสายตาแข็งกร้าว ความอดทนที่มีเริ่มจะเลือนหายไปขึ้นทุกขณะ......ข้าเตือนแล้วไม่ฟัง แล้วอย่ามากล่าวหาว่าข้าโหดร้ายเกินไปก็แล้วกัน!

 

แต่ยังไม่ทันที่ร่างเล็กของท่านชายจะได้ทำอะไรตามที่ใจคิด มือมือหนึ่งของใครบางคนก็ตวัดลงที่แขนของชายไร้มารยาทผู้นั้นเสียก่อน ก่อนที่จะจับบิดอย่างแรง จนผู้ถูกกระทำร้องออกมาเสียงหลง

 

 

“โอ๊ย!!”

 

“ดูท่าเจ้าจะฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่องเสียแล้วกระมัง เค้าบอกว่าอย่ามายุ่ง เจ้าก็ยังจะยุ่ง หรือเจ้าอยากไปนอนเล่นในห้องขังสักคืนสองคืน”

 

เสียงทุ้มต่ำที่ยูยะคุ้นหูนักดังขึ้นข้างตัว และก่อนที่เขากำลังจะคิดว่าตัวเองหูแว่วไป ร่างสูงคุ้นตาก็ปรากฏกายขึ้นให้ท่านชายคนเล็กได้เห็นชัดๆ โดยการหันหน้ามามองเขา ทั้งๆ ที่มือข้างหนึ่งยังคงจับแขนของชายอีกคนบิดไขว้หลังอยู่อย่างนั้น

 

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยถาม มีความห่วงใยเจืออยู่จนคนฟังรู้สึกได้ เป็นผลให้พวงแก้มนุ่มทั้งสองข้างเจือสีเรื่อขึ้นในทันใด หากแต่เจ้าของดวงหน้าหวานก็ยังคงทำปากเก่ง เชิดหน้าใส่ผู้มาช่วยเหลืออย่างทะนงตน

 

 

“ข้าจะเป็นอะไรได้ ถ้าท่านไม่เข้ามาขัดเสียก่อน ป่านนี้ข้าก็จัดการชายผู้นี้ให้ลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว”

 

“...อย่างนั้นหรือ”

 

 

ท่านชายยามาชิตะพูดด้วยโทนสียงที่กดให้ต่ำลงกว่าเดิม ดวงตากลมโตจ้องตาของอีกฝ่ายนิ่ง...นิ่งจนท่านชายคนเล็กแห่งอาคานิชิรู้สึกเสียววาบขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ หลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบสายตาเข้ากับคนตรงหน้า.....เริ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่พลั้งปากพูดออกไป แต่จะให้กลับคำเสียตอนนี้...เห็นจะสายไปเสียแล้วล่ะยูยะ

 

บุรุษผู้ซึ่งถูกล็อคแขนอยู่อาศัยช่วงเวลาที่คนทั้งสองกำลังเผลอบิดตัวออกจากมือหนาของโทโมฮิสะอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กสะดุ้งตัวนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าชายไร้มารยาทผู้นั้นหลุดออกจากการจับกุมของคนตรงหน้าได้ แต่เมื่อชายคนเดิมนั้นได้วิ่งหนีไปด้วยท่าทีหวาดกลัวแล้ว ยูยะก็ลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ขาเล็กจะรีบเดินหนีใครอีกคนที่ยังคงยืนจ้องมองเขาอยู่อย่างนั้นด้วยสายตาที่นิ่งกว่าเดิม

 

และเมื่อใครผู้นั้นเห็นว่าท่านชายคนเล็กกำลังจะหนี...ขายาวจึงรีบก้าวเข้าประชิดตัวพร้อมๆ กับที่มือหนาที่เอื้อมไปจับแขนเล็กเอาไว้ จากนั้นก็ออกแรงดึงให้ร่างบางเข้ามาหาในทันที ยูยะที่ไม่ทันระวังจึงถูกดึงร่างเข้าจมอกใครอีกคนไว้ทั้งตัว

 

 

“ท่าน! ปล่อยข้านะ!”

 

“ดูซิว่าคราวนี้ ท่านจะจัดการกับข้ายังไง ท่านชายคนเก่ง”

 

 

เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู ทำเอาร่างเล็กขนลุกซู่ ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนที่กอดเขาไว้ด้วยสายตาอาฆาตแค้น หากแต่พวงแก้มทั้งสองข้างกลับเรื่อสีขึ้นเสียอย่างนั้น เป็นผลให้ร่างสูงกว่ามองใบหน้าที่เปลี่ยนสีไปของผู้ที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างเพลินตาและเพลินใจ

 

“บอกให้ปล่อยไงเล่า! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร!!”

 

ท่านชายคนเล็กแห่งอาคานิชิยังคงออกฤทธิ์ไม่หยุด ทั้งดิ้น ทั้งเตะ ทั้งข่วน แต่มือหนาที่กอดเขาไว้ก็ยังไม่ปล่อยเสียที........ทำเช่นไรต่อไปดียูยะ คิดสิ มันต้องมีทางสิน่า....

 

ใบหน้าหวานแอบยิ้มมุมปากทันทีที่คิดหาทางรอดจากบุรุษร่างหนานี้ได้ ก่อนที่ท่านชายคนเล็กจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วจากนั้น...

 

 

“ช่วยด้วย!!! ข้าถูกลวนลาม ใครก็ได้ช่วยข้าที~!!!!”

 

 

ยูยะหัวเราะแบบไม่มีเสียงเมื่อเห็นใบหน้าตกใจของท่านชายยามาชิตะ พร้อมๆ กับมือหนาที่ปล่อยออกจากร่างของเขาแทบจะในทันที..................กับเรื่องง่ายๆ ก็แค่เนี้ยล่ะนะ

 

 

เห็นฤทธิ์ข้าหรือยังล่ะ ท่านชาย ~

 

 

 

....

 

 

“แล้วเจ้าก็หนีกลับเรือนมา ปล่อยให้ท่านชายยามาชิตะถูกผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนโรคจิตลวนลามเจ้าอย่างนั้นหรือ? เจ้านี่แสบเสียจริงยูยะ ไม่สงสารเขาบ้างหรืออย่างไร”

 

ผู้เป็นเพื่อนสนิทเอ่ยถามถึงเรื่องเมื่อคืนวาน ขณะที่นั่งห้อยขาอยู่ริมชานเรือน รับแสงตะวันอ่อนอ่อนไปพลางอย่างสุขใจ ผู้ถูกถามทำคิ้วย่นพร้อมๆ กับทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะขุ่นมัว

 

“ทำไมข้าจะต้องสงสารคนเช่นนั้นด้วย ชิเงอากิ ถ้าเจ้าเป็นข้า เจ้าก็ต้องทำแบบเดียวกันนั่นล่ะ หรือเจ้าจะยอมให้ท่านชายบ้ากามนั่นกอดจนกว่าจะพอใจงั้นสิ”

 

ชิเงอากิส่ายศีรษะเป็นพัลวันเมื่อสหายรักที่คบกันมาเกือบสิบปีพูดยกตัวอย่างเช่นนี้  “ไม่ล่ะ เจ้าอย่าเอาข้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเลย และก็อย่าพูดยกตัวอย่าง เปรียบข้าเป็นเจ้าแบบนี้อีก....ข้าไม่อยากจินตนาการให้ขนลุก”

 

พูดแล้วก็ทำท่าแปลกประหลาดจนคนมองเผลอหลุดขำออกมาเสียมิได้  “เถอะ ข้าเข้าใจแล้ว และจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เจ้าก็เลิกทำท่าประหลาดแบบนั้นเสียที รู้ไหมว่ามันดู...น่าขำเสียจริงๆ ฮะๆๆๆ”

 

 

เสียงหัวเราะที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณนั้น เรียกความสนใจจากบุคคลที่เดินผ่านไปมาได้ดี รวมถึงร่างบอบบางของใครบางคนที่บังเอิญเดินผ่านมาเสียด้วย คาซึยะหยุดชะงักฝีเท้าก่อนจะหันไปมองท่านชายเล็กแห่งอาคานิชิที่กำลังหัวเราะอย่างร่าเริงด้วยสีหน้าเรียบเฉย....จากการที่เขาอยู่ที่นี่มาได้สองสามวัน ได้พบหน้าพูดคุยกับผู้คนในเรือนอาคานิชิจนเกือบจะครบแล้ว ขาดก็แต่บุตรชายคนโตที่ย้ายไปทำงานอยู่เมืองอื่นกับภรรยาเท่านั้นที่ยังไม่ได้พบหน้า ส่วนที่ยังไม่ได้พูดคุย...ก็เห็นจะมีแต่บุตรชายคนเล็กที่กำลังนั่งหัวเราะอยู่ตรงนี้กระมัง

 

ใช่ว่าคาซึยะอยากจะรู้จักหรือพูดคุยกับคนในตระกูลอาคานิชินักหรอก.....ถ้าเพียงแต่เขาไม่ได้มี ‘แผนการ’ บางอย่างอยู่ในใจ

 

จากที่สังเกตดูแต่ภายนอก บุตรชายคนเล็กนาม..ยูยะ..คนนี้ ดูเหมือนจะเป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย เพราะเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่แต่งแต้มใบหน้าหวานนั้นอยู่ตลอดเวลา แม้แต่กับตัวเขาเอง ที่เพียงแค่พบหน้ากันครั้งแรก ยูยะก็ส่งยิ้มให้อย่างมีไมตรีจิต แลดูไม่ถือตัว หากแต่เวลาที่ว่างไม่ตรงกัน ทำให้เขาไม่ได้ลองพูดคุยกับท่านชายเล็กของบ้านเสียที.......ดูเหมือนวันนี้ฟ้าจะเป็นใจให้เขาได้ทำความรู้จักกับร่างเล็กร่างนี้แล้วสินะ

 

 

“ท่านชายยูยะ ท่านชายคาโต้...น้ำเย็นเย็นชื่นใจขอรับ”

 

ร่างบางส่งถ้วยซึ่งบรรจุน้ำเย็นอยู่ภายในให้กับท่านชายทั้งสองที่นั่งอยู่ริมชานเรือน ริมฝีปากเล็กวาดเป็นรอยยิ้มบางเล็กน้อย

 

“อ๊ะ คาซึยะ ลำบากเจ้าแย่เลย ขอบใจมาก”

 

ท่านชายคนเล็กรับถ้วยน้ำนั้นมาถือไว้ ก่อนจะยกขึ้นจิบ ซึ่งชิเงอากิก็ทำไม่ต่างกัน

 

“อยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีใช่ไหม มีใครทำอะไรให้เจ้าเดือดเนื้อร้อนใจหรือเปล่า”

 

ริมฝีปากบางยิ้มรับกับคำพูดประโยคนั้น ดวงตาคู่สวยยังคงมีแววเย็นชา แต่ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็น  “ไม่ขอรับ ไม่มีใครทำให้ข้าเดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด ข้าอยู่ที่นี่สบายดีทุกอย่าง”

 

“งั้นก็ดีแล้ว ท่านแม่น่ะเอ็นดูเจ้ามากเลยนะ พูดถึงเจ้าให้ข้าฟังบ่อยบ่อย”

 

“พูดถึงข้า? ว่าอะไรหรือขอรับ”

 

ดวงตาของคาซึยะมีแววแปลกใจระคนสงสัย มองใบหน้าของยูยะนิ่งเพื่อรอฟังคำตอบ

 

“ก็พูดว่าเจ้าน่ะทั้งขยัน อ่อนหวาน และเรียบร้อย ดูเพียบพร้อมเสียจริงๆ”

 

“แตกต่างกับเจ้าลิบลับเลยใช่ไหม”

 

เพื่อนสนิทที่เงียบไปครู่หนึ่งพูดแทรกขึ้นมาด้วยประโยคที่ทำให้ดวงตากลมโตของท่านชายคนเล็กตวัดหันไปมองค้อนคนพูดอย่างรวดเร็ว

 

“ถ้าเจ้าเงียบไปอีกสักพัก ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าเป็นใบ้หรอกนะชิเงอากิ!”

 

“ตกลงๆ ข้าไม่พูดแล้วก็ได้” ชิเงอากิยกมือทั้งสองข้างขึ้นแบออกเหมือนจะบอกว่าขอยอมแพ้ จากนั้นก็หยิบหนังสือที่ยังอ่านไม่จบซึ่งวางอยู่ข้างตัวมาอ่านต่อ ไม่สนใจสิ่งใดอีก

 

ยูยะมองเพื่อนนานจนแน่ใจว่าไม่ได้สนใจตนอีกแล้ว ใบหน้าหวานจึงหันกลับมาสนทนากับคาซึยะต่อ คุยกันไปคุยกันมา หัวเรื่องในการสนทนาก็วกเข้าสู่เรื่องสีผิวจนได้...เรื่องที่ท่านชายคนเล็กแห่งอาคานิชิกังวลใจและไม่ชอบใจมากที่สุด

 

ทั้งๆ ที่ท่านพี่ทั้งสองผิวขาวถึงเพียงนั้นแท้ๆ......แต่ทำไมข้าถึงได้กลายเป็นแกะดำ ผิวดำคล้ำอยู่คนเดียวเช่นนี้เล่า!

 

แม้ท่านแม่จะเคยบอกว่าในตอนเด็กข้าก็มีสีผิวไม่ต่างจากผู้อื่น แต่ด้วยความที่ซนมากจนเกินไป ตากแดดตากลมไม่เว้นแต่ละวัน จึงทำให้สีผิวค่อนข้างจะคล้ำแบบนี้....แต่เพลานี้ข้าโตแล้ว การที่อยากจะให้สีผิวกลับกลายเป็นเหมือนตอนแรกเกิดนั้น มันผิดหรืออย่างไรกัน

 

 

“ข้าไม่ชอบใจสีผิวตัวเองตอนนี้เลย คาซึยะ เจ้าพอรู้หรือไม่ว่าทำอย่างไรข้าจึงจะมีผิวขาวเนียนเหมือนเจ้าได้”

 

“ผิวขาวอย่างนั้นหรือ?” คาซึยะใช้เวลาคิดไม่นานกับคำถามเมื่อครู่ เมื่อสมองประมวลผลเรียบร้อยแล้ว ร่างบางก็ยิ้มออกมา

.

.

 

“ถ้าเช่นนั้น ท่านชายก็โปรดตามข้ามาเถิด...”

 

 

 

 

 

ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางที่ยูยะเดินตามผู้เป็นบ่าวเข้ามานั้น เพียงแค่มองในครั้งแรก เขาก็รับรู้ได้ถึงนิสัยส่วนตัวของบุคคลตรงหน้าได้ทันที.......ห้องที่เป็นระเบียบแลดูสะอาดเรียบร้อยได้ถึงเพียงนี้ ถ้าเจ้าของห้องไม่ใช่คนเรียบร้อยแล้วล่ะก็...ไม่มีทางทำได้ถึงขนาดนี้หรอก

 

ท่านชายคนเล็กของบ้านใช้นิ้วมือนิ้วหนึ่งแตะลงที่ขอบประตูห้อง และก็พบว่ามันไร้ซึ่งฝุ่นและความสกปรกใดใด.........ถ้าเป็นข้า ให้ตั้งใจอย่างไรก็คงทำได้ไม่สะอาดถึงเพียงนี้แน่

 

 

“ทางนี้ขอรับ”

 

ร่างบางผู้เป็นเจ้าของห้องเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำทางใครอีกคนไปยังมุมที่มีตู้ไม้เก็บของตั้งอยู่ ทำให้ยูยะเลิกสนใจความสะอาดของประตูห้องและก้าวเท้าตามไป

 

ท่านชายนั่งลงบนเบาะนุ่ม มองอีกร่างที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่างในตู้เก็บของนั้นอย่างสนใจ คาซึยะใช้เวลาในการค้นหาเพียงไม่นานก็เจอในสิ่งที่ต้องการ ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบของทั้งหมดนั่นมาวางลงบนโต๊ะตัวเล็ก ให้ใครอีกคนได้เห็นชัดๆ

 

“นี่มัน...อะไรหรือ?”

 

ยูยะมองของตรงหน้าด้วยสายตาฉงน สิ่งเหล่านั้นที่ดูเหมือนเป็นกระปุกซึ่งบรรจุอะไรบางอย่างอยู่ภายในวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า เรียกความสนใจจากท่านชายคนเล็กได้ดีนัก

 

“ครีมทาผิวขอรับ ข้าได้มันมาจาก....นายเก่าของข้าเอง” นายเก่าของข้าที่ถูกตระกูลของพวกท่านสังหารอย่างเลือดเย็นยังไงล่ะ!

 

“แล้วมันต้องใช้ยังไงล่ะคาซึยะ”

 

ท่านชายคนเล็กยังคงให้ความสนใจกับสิ่งของตรงหน้า ทำให้ร่างบางที่นั่งมองอยู่แอบยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

 

“ท่านชายก็แค่แต้มครีมเหล่านี้ทาให้ทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ และร่างกายของท่านชาย...เพียงเท่านั้นเองขอรับ”

 

“จะลองดูเลยก็ได้นะขอรับ”

 

คาซึยะพูดเสริมเมื่อเห็นร่างตรงหน้ายังคงนิ่งไม่ขยับเขยื้อนตัว ยูยะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเหมือนถามว่าลองได้เลยหรือ ซึ่งคาซึยะได้พยักหน้าตอบรับไปด้วยรอยยิ้ม

 

 

“ค่อยๆ ทานะขอรับ ช้าช้า....ไม่ต้องเร่งรีบ เพราะครีมมันจะค่อยๆ ซึมลงไปในผิวของท่านชาย”

 

“...อย่างนี้หรือ”

 

 

ร่างบางมองท่านชายคนเล็กที่กำลังตั้งใจทาครีมอย่างขะมักเขม้นอย่างพึงใจ ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นช้าช้า...โดยที่ท่านชายไม่ทันสังเกตเห็น จากนั้นเพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของคาซึยะก็มายืนอยู่ด้านหลังของท่านชายคนเล็กแห่งอาคานิชิเสียแล้ว...

 

ผู้เป็นบ่าวใช้มือเอื้อมไปด้านหลังตัว แล้วมือบางก็หยิบ...มีดพกเล่มหนึ่ง...ออกมาถือไว้ จัดการถอดปลอกออกเรียบร้อย มองไปยัง ‘เหยื่อ’ ด้วยสายตาอาฆาต หากแต่มีแววลังเลสับสนอยู่ในที หัวใจเต้นแรงขึ้น..แรงขึ้น คล้ายกับจะหลุดออกมาเสียให้ได้ ....และในขณะนั้นเองที่คาซึยะกำลังจะเงื้อมือข้างที่ถือมีดพกเล่มนั้นขึ้น เสียงคำสอนของมารดาก็ดังเข้ามาในโสตประสาท

.

.

 

คาซึยะ จำไว้นะลูก ถ้าเกิดมีใครมาทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ เจ้าอย่าคิดแค้นเคืองเขาเป็นอันขาด...การแก้แค้นเป็นวิธีของคนโง่ที่ยอมตกเป็นทาสของความทุกข์ทรมาน จำคำสอนของแม่ไว้ให้ดี...

 

 

 

ไม่!

 

 

ศีรษะได้รูปส่ายไปมาอย่างแรง....ข้าจะต้องเลิกคิด! ที่ท่านแม่พูดนั้นมันไม่จริง และข้าก็ถอยไม่ได้แล้ว ข้ามาไกล...เกินกว่าจะถอยกลับไปเสียแล้ว

 

ร่างบางตั้งสติอีกครั้ง ทำสมองให้ว่างเปล่า ไม่คิดถึงใครนอกจากร่างตรงหน้า และเขาก็ทำมันได้ในที่สุด.....เมื่อมือบางเงื้อขึ้นสูงและกำลังจะแทงลงมายังแผ่นหลังอันบอบบางของท่านชายคนเล็กผู้เป็นเหยื่อของเขา....นาทีนั้นเอง เสียงเรียกของใครบางคนก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน ทำให้คาซึยะรีบเก็บมีดพกเข้าซ่อนด้านหลังตัวแทบไม่ทัน!

 

 

“...เจ้ามาอยู่เสียที่นี่เอง ยูยะ อ้าวนั่น...เจ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ”

 

ประโยคหลัง ชิเงอากิเอ่ยถามกับผู้เป็นบ่าวที่กำลังทำท่าทางแปลกๆ อยู่ด้านหลังสหายรักของเขา เป็นเหตุให้ผู้ถูกถามเกือบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ

 

“เอ่อ...ข้า....ข้ากำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ ได้ยินเสียงท่านชายคาโต้จึงตกใจน่ะขอรับ”

 

“อืม....แล้วเจ้าล่ะยูยะ หายมาทำอะไรเสียตั้งนาน”  คาซึยะลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนถามหันไปสนใจกับใครอีกคนที่ไม่ใช่เขาแทน.......โชคยังดีที่ท่านชายคาโต้ไม่ติดใจอะไรกับท่าทางของข้าเมื่อครู่ มิฉะนั้นแล้ว...ข้าต้องแย่แน่เชียว

 

“ทาครีมยังไงล่ะ แล้วอีกหน่อย ข้าก็จะมีผิวขาวเนียนเหมือนกับท่านพี่และก็ท่านพ่อท่านแม่แล้ว”

 

“ทาครีม? เจ้าน่ะหรือทาครีม!?” ชิเงอากิทำท่าตกใจเกินเหตุ ปรี่เข้ามานั่งตรงข้ามกับท่านชายคนเล็กแล้วยกมือขึ้นทาบเข้าที่หน้าผากของยูยะ  “ไข้ก็ไม่มี แล้วนี่เจ้าเป็นอะไรไปหรือสหายข้า!”

 

“หยุดเลย ข้าอยากขาวบ้างไม่ได้หรืออย่างไร เลิกล้อเลียนข้าเสียที ไม่เช่นนั้นข้าจะ.....”

 

“จะ..? จะทำอะไรข้าหรือ”  ชิเงอากิมองเพื่อนรัก แสร้งทำทีเป็นหวาดกลัวขณะที่ดวงตากลับวิบวับเสียจนทำให้ร่างเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้ามอยากจะเอามือทิ่มลูกตาให้บอดสักที!

 

“ข้า...จะบีบคอเจ้าแล้วควักลูกตาออกมาโยนให้กากินยังไงล่ะ!” มือเล็กเอื้อมไปด้านหน้าหมายจะทำตามที่พูดในทันใด หากแต่ท่านชายคาโต้รู้ทันจึงรีบยื้อมือของยูยะไว้ได้ทันการ และทั้งสองคนคงจะยื้อยุดกันอยู่อย่างนั้น ถ้าไม่มีเสียงของใครอีกคนขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

 

“ถ้าเช่นนั้น....ข้าขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะขอรับ หายมานานเดี๋ยวจะโดนดุเอา”

 

“อื้ม...ไปเถอะ ขอบใจเจ้ามากนะคาซึยะที่มอบครีมให้กับข้า”  เสียงใสว่าอย่างนั้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ส่งมาให้  “เจ้านี่เป็นคนดีจริงๆ ข้าชักนึกถูกชะตากับเจ้าแล้วสิ...เอาไว้เรามาคุยกันอีกนะ”

 

ผู้เป็นบ่าวไม่ตอบรับอะไรกับคำพูดประโยคนั้น...ริมฝีปากบางฝืนขยับจนเป็นรอยยิ้มบางเบา หากแต่สายตาหลุบลงต่ำไม่กล้าสบเข้ากับดวงตาอีกสองคู่ที่มองมา....คาซึยะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องรู้สึกอึดอัดใจไปมากกว่านี้ ร่างบางจึงรีบผลุนผันเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

 

 

“บ่าวเจ้านี่ดูแปลกๆ ไหมยูยะ ตอนข้าเข้ามาก็เห็นยืนทำท่าดูมีพิรุธอย่างด้านหลังเจ้า.......แต่บางทีข้าอาจจะคิดไปเองก็ได้”

 

ชิเงอากิเอ่ยขึ้นก่อนจะยักไหล่ไม่สนใจ ปล่อยให้ความสนใจทั้งหมดตกอยู่ที่กระปุกครีมซึ่งวางอยู่ตรงหน้าแทน ท่านชายคนเล็กแห่งอาคานิชิมองเหม่อไปยังประตูห้อง ริมฝีปากขยับเป็นคำพูดออกมาเบาเบาโดยที่ใครอีกคนก็ไม่ได้ยิน

 

.

.

 

.

 

 

“ถ้าเช่นนั้น...ข้าก็คงจะคิดไปเองเหมือนเจ้ากระมัง ชิเงอากิ”

 

 

 

 

 

 

ร่างบอบบางรีบรุดเดินออกจากเรือนเล็กไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกผิดมันจุกอกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายของท่านชายยูยะ....ผู้ซึ่งเป็น ‘เหยื่อ’ ที่เขาหมายจะ ‘ฆ่า’ เป็นคนแรก...

 

 

‘เจ้านี่เป็นคนดีจริงๆ ข้าชักนึกถูกชะตากับเจ้าแล้วสิ...เอาไว้เรามาคุยกันอีกนะ’

 

 

 

“ข้าน่ะหรือ ‘เป็นคนดี’...หึ”

 

คาซึยะพูดพึมพำออกมาอย่างนึกสมเพชตัวเอง หากแต่น้ำเสียงเจือไปด้วยความเศร้า...ร่างบางค่อยค่อยผ่อนฝีเท้าลงเมื่อเดินเข้าสู่เขตสวนที่เงียบสงบ และเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดอยู่ ณ บริเวณนี้นอกจากตัวเขา เท้าเล็กจึงหยุดเดินแล้วยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

เมื่ออยู่คนเดียวในที่ที่เงียบสงบไร้ซึ่งสรรพเสียงใดใด สิ่งที่คิดและกังวลมาโดยตลอดก็ผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง.....คาซึยะยอมรับว่าตัวเอง ‘กลัว’ .....กลัวเหลือเกินกับการแก้แค้น กลัวที่จะถูกจับได้ กลัวไปหมดสารพัด และก็รวมไปถึง......เขากลัวที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง และก็กลัว....หัวใจตัวเอง

 

เพียงแค่ผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่มาไม่กี่นาทีเท่านั้น คาซึยะก็รู้ตัวเองในทันทีว่า....เขาไม่กล้าที่จะลงมือ ‘ฆ่า’ ใคร...

แม้คนคนนั้นจะเป็นผู้ที่สังหารครอบครัวของเขาก็ตามที

 

 

 

ทำไมกันเล่า คาซึยะ....เจ้าจะกลัวไปใย ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้ากำลังรอให้เจ้าแก้แค้นให้อยู่มิใช่หรือ

 

 

ทำไมกันหนอ....เจ้าจึงต้องลังเลสับสนกับการแก้แค้นครั้งนี้ด้วย ทั้งๆ ที่มันเป็นสิ่งที่เจ้าสมควรกระทำ มิใช่หรือ

 

 

แล้วทำไมกัน....เจ้าจึงได้อ่อนแอถึงเพียงนี้....

 

 

 

 

 

 

“........ฮึก.........”

 

 

 

น้ำตาใสไหลลงมาพร้อมๆ กับเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นแผ่วเบา...............หากแต่มันกลับเป็นเสียงที่ชัดเจนและบีบหัวใจยิ่งนักในความรู้สึกของบุรุษเจ้าของดวงตาคมที่ยืนมองร่างบางผู้นี้อยู่ในมุมมุมหนึ่งตลอดมา...

 

 

To be continued

 

 

เอามาลงต่อแล้วว ยังปั่นมายรูมเมทตอนใหม่ไม่ถึงไหน เพราะงั้นเลยเอาเรื่องนี้มาลงก่อน (กันบล็อกร้าง ฮ่าๆๆ)

ขอเอารูปพียะขึ้นประกอบอีกสักที บอกแล้วว่าเมชอบลำเอียงแต่งให้คู่รองเด่นกว่าคู่หลัก ก๊ากกก

- - นิสัยไม่ดีจริงๆ ฮ่าๆๆ

 

มุมโปรโมทแฟนเพจค่าาา

แฟนเพจ วง WEAVER บน facebook ค่ะ! (ค่ายเดียวกับ flumpool) ลองเข้าไปดูคลิป อ่านประวัติหนุ่มๆำได้นะคะ ถ้าถูกใจก็กดไลค์กันได้เลย ><

 

ปล.ใกล้เปิดเทอมแล้วแหละ เมเปิด 30 นี้ล่ะค่ะ พอเปิดเทอมแล้วงานเข้าเยอะๆ คงมีแรงแต่งฟิคมากกว่าตอนนี้(หัวเราะ)

แลดูมันกลับกันชอบกลนะ ฮ่าๆๆ - -"

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5555 ยูยะง๊ะทำไมไปหาว่าพีจังสุดหล่อเราลวนลามได้นะ ฮาได้อีก
ยุจังนี้มีปมด้อยกับสีผิวนะ แล้วตอนเด็กนู๋ไปตากแดดทำไมคร้า555
นึกว่ายูจังจะถูกคาเมะแทงซะแล้ว โฮะๆๆๆ
มาต่อไวๆนะค่ะ ค้างอย่างแรงbig smile

#1 By fa (202.91.19.195) on 2011-11-10 19:19