Overnight Part 1
posted on 25 Jan 2011 02:47 by melodii-fiction in YamaGoshi
[Short Fiction] Overnight
Yamashita Tomohisa X Tegoshi Yuya
Part 1
“....อื้อ...หนาว....”
ความหนาวที่เข้าสัมผัสกายทำให้ร่างบางที่นอนหน้ายุ่งอยู่บนเตียงนุ่มพยายามควานหาความอบอุ่นจากหมอนข้างใบโปรด และเมื่อมือเล็กควานสะเปะสะปะไปจนเจอความอบอุ่นที่ต้องการแล้ว เจ้าตัวก็กระเถิบตัวเองเข้าไปหาสิ่งที่คิดว่าเป็นหมอนข้างนั้น และหลับต่ออย่างเป็นสุข
แต่ความผิดปกติก็เกิดขึ้น เมื่อหมอนข้างที่ว่ากลับขยับตัวกอดรัดตัวเขาไปทั้งร่าง แถมยังเอาหน้ามาซุกไซร้ที่ซอกคอเขาอีก ลมหายใจอุ่นๆ จากหมอนข้างใบนั้น ทำให้เทโกชิ ยูยะต้องลืมตาโพลงขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อสำเหนียกได้ว่า สิ่งที่เขากำลังกอดมันคงจะไม่ใช่หมอนข้างธรรมดาๆ เสียแล้ว...ก็หมอนข้างที่ไหนจะมีมือมีขา และที่สำคัญ มีลมหายใจอุ่นๆ มาเป่ารดคอเขาแบบนี้กันเล่า!
“เฮ้ย!! ระ....รุ่นพี่ยามาชิตะ…”
ยูยะร้องอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนระดับเสียงเป็นเสียงเบาราวกับกระซิบเมื่อได้เห็น ‘หมอนข้าง’ ที่เขากอดในเช้าวันนี้อย่างเต็มตา...ผู้ชายหน้าคม จมูกโด่ง หล่ออย่างกับเทพประทานให้แบบนี้ มีอยู่คนเดียวบนโลกแน่ๆ.....รุ่นพี่ยามาชิตะ โทโมฮิสะ
นี่มันคือความฝันใช่ไหม? หรือว่าเขาแค่ตาฝาดไปเท่านั้น??
คิดแล้วก็เอามือตบหน้าตัวเองไปสองที ความเจ็บชาแปลบๆ ที่เกิดขึ้นบนแก้มทั้งสองข้างทำให้ยูยะรู้ว่า นี่มันไม่ใช่ความฝันอย่างที่เขาคิด แล้วเขาก็ไม่ได้ตาฝาดไปเสียด้วย
รุ่นพี่ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ที่สาวๆ ครึ่งค่อนมหาวิทยาลัย...ไม่สิ...เกือบทั้งมหาวิทยาลัยใฝ่ฝันถึงกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนเขาตัวเป็นๆ!!!
โอเค...อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไร ในเมื่อเขากับรุ่นพี่ก็รู้จักกันอยู่แล้ว รุ่นพี่ยามาชิตะเป็นเพื่อนกับรุ่นพี่นิชิกิโดที่เป็นพี่บัดดี้ของเขา เขาจึงได้รู้จักกับรุ่นพี่ยามาชิตะไปด้วย
แต่เรื่องมันแปลกก็ตรงที่ เขากับรุ่นพี่ไม่ได้สนิทอะไรกันมากนักเลย เจอหน้ากันก็ทักทายกันเล็กน้อยตามประสารุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักกันเท่านั้น อาจจะเคยติวให้ช่วงสอบก็แค่บางครั้ง ถ้าเขาตื่นมาแล้วเจอรุ่นพี่นิชิกิโดนอนอยู่บนเตียงตอนนี้ยังจะเชื่อได้มากกว่าอีก
คำถามก็คือ...รุ่นพี่ยามาชิตะมานอนอยู่บนเตียงเขาได้ยังไง แล้วเมื่อคืน...
เกิดอะไรขึ้นบ้าง...?
คิดถึงตรงนี้ ยูยะก็รีบมองสำรวจตัวเองว่ากำลังอยู่ในสภาพ...เอ่อ...ครบถ้วนดีไหม แล้วยูยะก็ต้องแปลกใจ เมื่อได้เห็นตัวเองในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ส่วนข้างใน.....
ยูยะกลั้นหายใจนิดหนึ่งตอนแหวกชุดดูสภาพข้างในชุดคลุมของตัวเอง แล้วเขาก็ต้องรีบปิดสาบเสื้อลงแทบไม่ทันเมื่อได้เห็นสีเนื้อของตัวเองเป็นคำตอบ
เขาไม่ได้ใส่อะไรเลย!!! ถึงจะยังมีชั้นในตัวจิ๋วอยู่หนึ่งตัวก็เถอะ แต่นอกนั้นแล้วเป็นสีเนื้อทั้งหมด!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!??
สมองน้อยๆ ของยูยะพยายามคิดถึงที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมดนี้ และยังไม่ทันที่จะคิดอะไรออกเลยสักเรื่องเดียว รุ่นพี่คู่กรณีของยูยะก็ลืมตาขึ้นเสียแล้ว
เมื่อเห็นอย่างนั้น ร่างบางก็สะดุ้ง รีบลุกขึ้นลงจากเตียงแล้ววิ่งไปยืนตรงปลายเตียงทันที
“อะ...เอ่อ....อรุณสวัสดิ์ฮะรุ่นพี่”
พูดออกไปแล้วก็อยากจะกัดปากตัวเองจริงๆ ยูยะเอ๊ย...ดันพูดอรุณสวัสดิ์ออกไป ในสภาพที่นายไม่ได้ใส่อะไรเลยอยู่ใต้ชุดคลุมอาบน้ำ ส่วนรุ่นพี่ก็...เปลือยอกล่ำๆ มองนายอยู่จากบนเตียงที่ยุ่งเหยิง หมอนไปทาง ผ้าห่มไปทางอย่างนั้นน่ะหรือ....บ้าไปแล้วเทโกชิ!! พูดอะไรให้เข้าท่ากว่านี้หน่อยได้ไหมเล่า
ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่สมองของยูยะตอนนี้ก็ไม่รู้จะคิดหาคำอะไรที่เข้าท่ามาพูดแทนประโยคอรุณสวัสดิ์นั่นได้อีก ร่างเล็กจึงหุบปากฉับ คิดว่าไม่พูดอะไรอีกน่าจะดีกว่า
“....อรุณสวัสดิ์....”
ยามาชิตะ โทโมฮิสะเงียบไปนานก่อนจะพูดประโยคที่ไม่ต่างจากรุ่นน้องตัวเล็ก ราวกับว่าเขาเพิ่งหาเสียงตัวเองเจอ และก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีในเช้าวันนี้...ในสภาพแบบนี้เหมือนกัน
เงียบกันไปอีกพักหนึ่งเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาอีก แล้วก็เป็นยามะพีที่เป็นฝ่ายขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ทำเอายูยะรีบหลับตาปี๋เพราะไม่รู้ว่าส่วนล่างของรุ่นพี่เขานั้นมีอะไรปิดบังอยู่หรือไม่ แล้วยูยะก็ได้โล่งอกเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ยามาชิตะยังใส่กางเกงยีนส์สีซีดที่ดูเหมาะกับเจ้าตัวพร้อมกับเข็มขัดอยู่ครบถ้วน ขาดก็แต่ส่วนบนที่ไม่มีอะไรปิดบัง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างชัดเจนเต็มสองตา
และภาพที่เห็นก็ทำให้ร่างบางหน้าร้อนซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ตาโตๆ ของผู้เป็นรุ่นน้องต้องเสมองหลบไปทางอื่นอย่างวุ่นวาย...ไม่รู้จะเอาสายตาไปวางไว้ตรงไหนดีเลยเถอะให้ตาย ห้องนอนเขาจากที่ว่าก็เล็กอยู่แล้ว พอมาอยู่สองต่อสองกับรุ่นพี่ที่ไม่ได้สนิทกันมากในสภาพกึ่งเปลือยแบบนี้ ยิ่งรู้สึกว่าห้องนอนมันเล็กลงไปอีก เล็กจนขนาดที่ว่า แค่ขยับตัวอาจจะชนกับอีกคนได้เลยด้วยซ้ำไป
ในขณะที่ยูยะกำลังหลบสายตาไปทางนู้นทีทางนี้ทีอยู่นั้น รุ่นพี่ยามาชิตะ หรือ ‘รุ่นพี่หล่อเทพประทาน’ ที่เขาเคยตั้งฉายาไว้ให้ในใจก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพอดี และตอนนี้ก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วด้วย
“อะ...เอ่อ....รุ่นพี่ฮะ.....เมื่อคืน...........”
ร่างเล็กกลั้นใจจะถามออกไปตรงๆ ว่าตกลงแล้วเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาถึงได้มานอนเตียงเดียวกับรุ่นพี่ได้ในสภาพที่...ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไรนักแบบนี้ แต่รุ่นพี่คนหล่อของเขากลับพูดตัดบทออกมาเสียก่อน
“ฉัน...ไปก่อนนะ ตอนเช้ามีเรียนน่ะ ขอโทษด้วยที่มารบกวนเมื่อคืน”
.
.
.
ปัง
เสียงปิดประตูห้องที่ดังตามมาหลังจากที่ร่างสูงเดินออกไป ทำให้เจ้าของห้องได้แต่ยืนคว้าง ทำอะไรต่อไปไม่ถูก ร่างบางกะพริบตาปริบๆ สองสามทีเพื่อเรียกสติตัวเองกลับคืนมา แต่ดูเหมือนว่ามันก็ยังกลับมาไม่ครบถ้วนเท่าไรนัก จนเมื่อเสียงริงโทนที่คุ้นเคยดังขึ้นเท่านั้นแหละ สติสตังของยูยะถึงจะพอกลับมาได้บ้าง มือเล็กหยิบเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วขึ้นมาก่อนจะกดรับแล้วกรอกเสียงลงไปอย่างคนใจลอย
“โมชิโมชิ”
“เฮ้ย ยูยะ เป็นไงมั่งวะ หายแฮ้งค์ยัง วันนี้ตอนบ่ายมีเรียนนะเว้ย อย่ามัวแต่นอนล่ะ แกโดดตัวนี้จนจะหมดโควต้าแล้วนะ เดี๋ยวก็หมดสิทธิ์สอบหรอก แล้วก็...........”
เสียงของคนปลายสายยังคงบ่นอะไรไม่รู้ต่ออีกยืดยาว ยูยะไม่ได้สนใจจะฟัง พูดกันตามจริง ประโยคทั้งหมดที่ยูยะได้ยินมีแค่ประโยคที่ว่า “หายแฮ้งค์ยัง” เท่านั้นแหละ
“เดี๋ยวนะ มัสสึ เมื่อกี้แกบอกว่าแฮ้งค์? ฉันแฮ้งค์เหรอ หมายถึง เมื่อคืนฉันดื่มเหรอ ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลยวะ” แล้วรุ่นพี่ยามาชิตะมาอยู่ห้องฉันได้ไง...ยูยะอยากจะถามออกไป แต่ก็เปลี่ยนใจยังไม่ถามดีกว่า
“อ้าว ก็เมื่อคืนน่ะเราไปดื่มกับพวกรุ่นพี่นิชิกิโด พี่บัดดี้แกมาไง ฉลองที่พวกรุ่นพี่ทำโปรเจคยักษ์เสร็จจนได้ แล้วรุ่นพี่นิชิกิโดก็เล่นเกมถามตอบ คนแพ้ต้องดื่มหมดแก้ว แล้วแกก็แพ้ยับเยินเลยไง จำไม่ได้เลยเรอะ?”
“เออ จำไม่ได้สักนิด.....ถ้าฉันเมาขนาดนั้นแล้ว...ฉันกลับมาห้องได้ยังไงวะ” ถามออกไปก็ใจเต้นตึกตักอยู่คนเดียว หวังว่ามัสสึมันคงจะไม่ได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นหรอกนะ
“ก็รุ่นพี่ยามาชิตะพาแกไปส่งห้องไง โหยนี่เมาแล้วลืมหมดทุกอย่างเลยเหรอวะเนี่ย”
“แล้วทำไมถึงเป็นรุ่นพี่ยามาชิตะวะ ทำไมแกไม่มาส่ง หรือจะเป็นรุ่นพี่นิชิกิโดก็ได้ บ้านอยู่ใกล้ห้องฉันกว่ารุ่นพี่ยามาชิตะอีก” ยูยะไม่ตอบคำถามนั้นของเพื่อน กลับถามคำถามที่คาใจเขากลับไป
“ก็รุ่นพี่ยามาชิตะดื่มน้อยสุดแล้วไงเมื่อคืน จะไปหวังพึ่งรุ่นพี่นิชิกิโดไม่ได้ร้อก รายนั้นน่ะเมาแอ๋พอกัน ถ้าไม่ได้รุ่นพี่อุจิช่วยพากลับก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปนอนหลับอยู่ข้างทางไหม ส่วนฉันก็ต้องพาไอ้คุซาโนะกลับน่ะสิ เลยไม่ได้ไปส่งแก เห็นรุ่นพี่เค้ายังว่างเลยวานไปส่งแกให้หน่อย เค้าก็ดูเต็มใจดีนี่ ทำไม หรือว่าส่งไม่ถึงห้องแก?”
“อะ...ไอ้บ้า! คิดไรวะ ส่งถึงดิ นี่ก็กำลังนั่งอึนอยู่ในห้องนั่นแหละ”
“ยังไม่ทันคิดไรเลย แกแหละคิดไร เออๆ ก็ดีแล้ว งั้นตอนบ่ายก็มาเรียนด้วย ตัวนี้เรียนรวมกับพวกรุ่นพี่ด้วยหนิ เดี๋ยวฉันโทรไปปลุกพวกรุ่นพี่ก่อนละกัน แกก็ไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว”
“เฮ้ย เดี๋ยวมัสสึ........เมื่อคืนรุ่นพี่ยามาชิตะเค้า...มาส่งฉันยังไงวะ ขับรถมาหรือ?”
“บ้าดิ รุ่นพี่เค้าก็เมาพอตัวเหมือนกันนั่นล่ะ ส่งแท็กซี่ดิ ถามทำไมวะ”
ยูยะไม่ตอบคำถามนั้นของเพื่อน แต่กลับพูดตัดบทแล้ววางสายไป จากนั้นก็รีบใส่เสื้อผ้าอย่างลวกๆ แล้ววิ่งลงมาจากชั้นสามพาตัวเองมาที่ชั้นล่างของอพาร์ทเม้นท์ทันที
เขาจำได้ว่าห้องพักของรุ่นพี่ยามาชิตะ กับห้องพักเขาอยู่ไกลกันพอตัว ต้องนั่งรถไฟไปไกลเหมือนกัน และเขาคงจะไม่กังวลเรื่องนี้เลย ถ้าสถานีรถไฟมันไม่ได้อยู่ไกลไปจากอพาร์ทเม้นท์ของเขามากขนาดเดินไปได้ แต่เมื่อยขามากกว่าจะไปถึงน่ะสิ
แต่ยูยะก็ไม่เจอใครแล้วตอนลงมาถึงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ ร่างบางยืนหอบสักพักก่อนจะนึกถึงคำพูดของมัสสึที่คุยทางโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ได้ว่า เมื่อคืนรุ่นพี่มาส่งเขาด้วยแท็กซี่ แล้วจะแปลกอะไรถ้าเช้านี้รุ่นพี่จะกลับด้วยวิธีเดิมอีกครั้ง
คิดได้ดังนั้น ยูยะก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย....บ้ารึเปล่านะยูยะที่คิดไปว่ารุ่นพี่คงจะเดินไปสถานีเลยรีบวิ่งลงมาจะให้จักรยานรุ่นพี่ยืมไปเสียหน่อย ลืมไปว่าคนอย่างยามาชิตะ โทโมฮิสะ ทายาทนักธุรกิจชื่อดังคงจะไม่เดินไปสถานีให้เมื่อยขาเล่นหรอก แท็กซี่มีก็นั่งไปสิ ถึงแท็กซี่ไม่มี รถเมล์ก็มีนี่หว่า แล้วเขาจะวิ่งลงมาทำไมกันล่ะเนี่ย...เฮ้อ....
“บ้าเข้าขั้นแล้วยูยะ จักรยานของนายมันไม่สำคัญหรอก”
ร่างบางพึมพำแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังห้องพักด้วยท่าทางต่างจากตอนวิ่งลงมาโดยสิ้นเชิง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ฮัดชิ้ว!”
ยูยะคงไม่รู้หรอกว่า คนที่ตัวเองคิดว่ากำลังนั่งบนแท็กซี่อย่างสบายใจ กลับกลายเป็นกำลังเดินอยู่ริมถนนท่ามกลางลมหนาวที่พัดหวีดหวิวไปเสียได้ ร่างสูงกระชับผ้าพันคอให้แน่นขึ้น แต่ก็ดูเหมือนว่าผ้าเพียงผืนเดียวคงจะไม่ช่วยให้ร่างกายหายหนาวได้เลยสักนิด
จริงๆ เสื้อโค้ทเขาก็มีอยู่หรอก แต่ตอนนี้มันคงกำลังนอนอุ่นๆ อยู่ในห้องของใครบางคนที่เขาเพิ่งจะจากมาน่ะสิ
เมื่อถึงนึกที่อยู่ของเสื้อโค้ทตัวเองในตอนนี้แล้ว ยามะพีก็อดคิดไปถึงวงหน้าใสๆ ของผู้เป็นเจ้าของห้องเสียมิได้....ยิ่งคิดไปถึงสีหน้าเหวอๆ ของเทโกชิ ยูยะเมื่อเช้า ตอนที่เห็นเขาตื่นขึ้นมาแล้วนั้น คนหล่อก็หัวเราะออกมานิดหนึ่ง เพราะปกติแล้วเขาไม่ค่อยจะได้เห็นสีหน้าหลุดๆ ของรุ่นน้องคนนี้นักหรอก....ทุกทีตอนเจอหน้ากัน ยูยะก็มักจะอวดฟันขาวๆ รอยยิ้มใสๆ ให้เห็นอยู่เสมอ แต่สีหน้าเหวอๆ ที่ได้เห็นเมื่อเช้า ก็ไม่ใช่ว่าดูตลกอะไรหรอกนะ กลับกัน ดูน่ารักจนหัวใจเขากระตุกไม่เป็นจังหวะรับอรุณเลยต่างหากเล่า
และที่เขาทิ้งเสื้อโค้ทตัวหนาอุ่นไว้ที่ห้องของเด็กหน้าใสนั่น ก็ไม่ใช่ว่าเขาลืมหรอก เขาจงใจจะทิ้งไว้ที่ห้องนั้นต่างหาก แม้มันจะทำให้ตัวเองต้องมาหนาวกายอย่างในตอนนี้ แต่อย่างน้อย เขาก็ได้อุ่นใจเมื่อคิดว่า บ่ายนี้เด็กนั่นจะมาเรียนตัวอุ่นเพราะใส่เสื้อโค้ทของเขาตัวนี้มา....และเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะเดาใจรุ่นน้องคนนี้ผิดหรอกนะ ?
แต่แล้วยามะพีก็เดาใจรุ่นน้องตัวเองผิดไปจริงๆ เพราะตอนบ่ายเมื่อยูยะมาถึง เขาเห็นรุ่นน้องตัวเล็กใส่เสื้อโค้ทของตัวเองมาแทนที่จะเป็นเสื้อของเขาอย่างที่คิดไว้ และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อยูยะหันมาเห็นเขา ร่างเล็กก็พูดทักทายเสียงเบาจนเขาแทบจะจับใจความไม่ได้ จากนั้นก็ยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้ตรงหน้า
“นี่ฮะ...เสื้อโค้ทที่รุ่นพี่ลืมไว้ ผมส่งซักรีดให้เรียบร้อยแล้ว รับรองว่าเนี้ยบเหมือนเดิมแน่นอน” ยูยะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าคำทักทายในคราวแรก แต่ยามะพีก็รู้สึกได้...ในน้ำเสียงนี้ มีความไม่มั่นใจซ่อนอยู่
“ฉัน...อืม...ขอบใจนะ ความจริงไม่ต้องรีบเอามาคืนก็ได้”
“ไม่ได้หรอก” เด็กหน้าใสส่ายหน้าสองทีก่อนจะพูดต่อ “ไม่งั้นรุ่นพี่ก็หนาวแย่น่ะสิ ถ้ารุ่นพี่ป่วยขึ้นมา ผมรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะฮะ”
ยามะพีไม่รู้ตัวเลยว่ามองเด็กรุ่นน้องด้วยสายตายังไงตอนได้ยินประโยคนี้
เป็นสายตาที่...ทำให้คนถูกมองถึงกับหน้าร้อนวูบ รวมไปถึงหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
เทโกชิ ยูยะรีบยัดถุงกระดาษใส่มือของคนตรงหน้าที่ไม่ยอมยื่นออกมารับเสียที ถ้าไม่รับเองดีๆ เขาก็ยัดใส่มือแบบนี้แหละ ไม่เอาแล้ว ขืนยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป ยูยะต้องตัวร้อนไข้ขึ้นไปในนาทีใดนาทีหนึ่งเป็นแน่แท้
แล้วมัสสึก็มาช่วยชีวิตเขาได้ทัน เมื่อมันเดินเข้ามาบอกข่าวเรื่องคะแนนสอบมิดเทอมที่เพิ่งประกาศติดไว้ตรงบอร์ดประกาศผลคะแนน ทำให้ยูยะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับรุ่นพี่หล่อเทพประทานมาได้ในที่สุด แม้หัวใจของเขาจะเสียหลักไปมากก็เถอะนะ
การเรียนในวันนี้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า และยูยะก็รู้ตัวว่า เขาไม่ได้ตั้งใจเรียนเอาเสียเลย ในเมื่อสมองของเขากำลังคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่นึกยังไงก็นึกไม่ออกซ้ำไปซ้ำมา ถ้าเป็นอย่างที่มัสสึดะว่าไว้ นั่นก็แสดงว่ารุ่นพี่ยามาชิตะมาส่งเขาที่ห้อง แล้วก็อาจจะเผลอหลับไปจนถึงเช้าก็ได้
แต่คำถามก็คือ ทำไมเขาถึงอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำตัวเดียวแบบนั้นได้ เขาถอดเอง หรือ...ใครถอดให้?
คิดถึงตรงนี้ ยูยะก็หน้าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง ให้ตายเถอะ วันนี้เขาหน้าแดงหน้าร้อนแบบนี้กี่ครั้งเข้าไปแล้วเนี่ย....เพิ่งรู้ว่าการคิดถึงผู้ชายที่ชื่อยามาชิตะ โทโมฮิสะจะทำให้เขาไข้ขึ้นได้ก็วันนี้แหละ
แล้วเขาจะทำยังไงกับคำถามที่ค้างคาใจนี้ดี...ลองถามคู่กรณีดูอีกครั้งจะดีไหมนะ เพราะเรื่องนี้ก็เห็นจะมีรุ่นพี่ยามาชิตะคนเดียวเนี่ยแหละที่จะตอบได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น แล้วมี ‘อะไร’ เกิดขึ้นหรือเปล่า? แม้ว่ายูยะจะค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มี ‘ อะไร’ เกิดขึ้นก็เถอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงไหนนี่นา ถ้ามี ‘อะไร’ เกิดขึ้นจริง มันก็ต้องมีความรู้สึกเจ็บหลงเหลืออยู่บ้างแหละน่า...เขาคิดว่าอย่างนั้นน่ะนะ
“ยูยะ...ยูยะเว้ยยย เลิกเรียนแล้วครับเพื่อน จะนั่งเหม่อไปถึงไหน”
เสียงของมัสสึดะที่ดังเข้ามาในหู ทำให้ยูยะสะดุ้งตัวด้วยความตกใจ “ห๊ะ...อะไรนะ”
“บอกว่าเลิกเรียนแล้ว กลับได้แล้ว ไปนั่งเหม่อที่บ้านต่อไป”
“เลิกเรียนแล้วเหรอเนี่ย...” ยูยะพึมพำเบาๆ ให้ตายเถอะ วันนี้เรียนอะไรบ้างนะ ไม่มีอะไรเข้าหัวเขาเลย...
ยูยะหันไปมองผู้ชายที่อยู่ในความคิดเขาตลอดมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ แล้วก็พบว่ายามะพีกำลังจะเดินออกจากประตูห้องไปแล้ว และในวินาทีนั้นเองที่ยูยะตัดสินใจ
“รุ่นพี่ยามาชิตะฮะ!”
เจ้าของชื่อชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาเดินตามไปจนมาหยุดยืนในระยะประชิด แต่ยังไม่ทันที่ยูยะจะได้อ้าปากพูดอะไรอย่างที่ใจคิดแม้เพียงครึ่งคำ รุ่นพี่หล่อเทพประทานก็พูดตัดบทเขาเสียก่อน....ตัดบทเหมือนเมื่อเช้าไม่มีผิดเพี้ยน
“ฉัน...ต้องไปแล้วล่ะ...วันนี้มีธุระต่อ ขอโทษด้วยนะ”
แล้วแผ่นหลังกว้างนั้นก็ลับหายไป.....เหลือก็แต่หัวใจของเทโกชิ ยูยะที่ค่อยๆ เล็กลงจนไม่มีใครมองเห็นมัน...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ขอโทษที่มาสายฮะ! แฮ่ก...แฮ่ก.....”
เด็กผู้ชายผมดำ ตาโตยืนหอบด้วยความเหนื่อยอ่อนหลังจากที่วิ่งมาเป็นระยะทางค่อนข้างไกลพอดู วันนี้เขามีนัดพบกับพี่บัดดี้ในเอกฟิล์มที่เขาเรียนอยู่เป็นครั้งแรก หลังจากที่โทรคุยนัดกันเสียดิบดีว่าจะมาเจอกันตอนบ่ายสองโมงตรงที่ลานม้าหินตรงข้ามคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ แต่เอาเข้าจริง ยูยะก็มาสายไปเกือบยี่สิบนาที เพราะอาจารย์ที่สอนคาบเช้าปล่อยเลทไปเกือบครึ่งชั่วโมง แถมจากตึกเรียนคณะเขากับจุดที่เขานัดกับรุ่นพี่นี่ห่างกันร่วมๆ สองกิโลเมตรได้ และนั่นก็เป็นเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ยูยะมาสายในนัดครั้งนี้...ซึ่งเขาก็ได้แต่หวังว่า รุ่นพี่บัดดี้เขาคงจะไม่โหดมากหรอกนะ
“แย่มาก ปล่อยให้รุ่นพี่เป็นฝ่ายรอได้ยังไงตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง นี่ยังเห็นหัวรุ่นพี่อยู่บ้างหรือเปล่าวะ”
รุ่นพี่ร่างสันทัด หน้าตาดูโหดไม่ใช่น้อยที่นั่งอยู่ตรงม้านั่งหินท่ามกลางรุ่นพี่อีกนับสิบเปิดปากพูดขึ้นเป็นคนแรก ซึ่งก็เป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังถึงกับเหงื่อตกขึ้นมาเลยทีเดียว
.....นี่สินะ รุ่นพี่นิชิกิโด พี่บัดดี้เขา.....งานเข้าแล้วยูยะ นี่มันไม่ใช่แค่โหดธรรมดา แต่โหดมากเลยต่างหาก....
ยูยะพยายามใจดีสู้เสือ เอาวะ โหดมายังไง ยิ้มไว้ก่อนแล้วกัน อย่างน้อยรอยยิ้มน่าจะละลายความโกรธลงได้บ้างล่ะ สักนิดก็ยังดี
“ยิ้มอะไร! มาสายยังมีหน้ามายิ้มอีกหรือ” อ้าว ยิ้มก็ไม่ได้ด้วยวุ้ย
“ขอโทษฮะ เมื่อเช้าอาจารย์ปล่อยช้า......”
“หยุด ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว ถ้าจะทำได้แค่พูดขอโทษ กับยิ้มแหะๆ แบบนี้ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยดีกว่าไป”
สิ้นประโยคนั้น รอบตัวยูยะก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด...เอาล่ะสิเทโกชิ รุ่นพี่มาไม้นี้แล้วจะไปทางไหนต่อดีล่ะวะเนี่ย...
“...เอ่อ...ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่าคำขอโทษที่ผมก็พูดไปแล้ว แต่ถ้ารุ่นพี่ยังอยากฟังคำพูดอื่น ผมก็บอกได้แค่ว่า ผมผิดไปแล้วครับที่มาสาย ทำให้รุ่นพี่ต้องรอนานขนาดนี้ ผมจะไม่พูดว่าคราวหน้าจะไม่ทำอีก เพราะผมก็ไม่รู้อนาคตเหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง เอาเป็นว่า ณ ตอนนี้ เวลานี้ ผมขอโทษ และสำนึกผิดแล้วครับ รุ่นพี่จะให้ผมทำอะไรเป็นการไถ่โทษก็บอกมาได้เลย”
“....ถ้าอย่างนั้น เต้นเพลงอะไรก็ได้เพลงนึง แล้วฉันจะยกโทษให้” รุ่นพี่หน้าโหดพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนคนไม่มีความรู้สึก ส่วนรุ่นพี่คนอื่นๆ รอบโต๊ะหินก็จ้องเขาเสียจนเขาประหม่าไปทั้งตัว..... คือพี่คิดดีแล้วใช่มั้ยครับ ให้ผมเต้นตอนนี้เนี่ยนะ ท่ามกลางสถานการณ์ที่น่าตึงเครียดแบบนี้ พี่สั่งให้ผมเต้นอะไรก็ได้ ??
และดูเหมือนพระเจ้าจะเข้าข้างยูยะ หรือไม่ก็คงจะสมเพชเต็มทน เพราะจู่ๆ ก็มีเสียงสวรรค์ดังขึ้นมาจากฟากฟ้าไกล...เสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่ยูยะคิดไว้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าเขาจะจำไปตลอดชีวิต เสียงที่บอกให้ทุกคนหยุดแกล้งเขา แล้วรับเขาเป็นน้องบัดดี้เสียที
“ไอ้เรียวจัง แกหยุดแกล้งน้องหน้าใสเค้าสักทีเหอะว่ะ ถ้าแกไม่รับน้องเค้าเป็นน้องบัดดี้ เดี๋ยวฉันจะรับแทนแกเอง ไอ้บ้า น้องบัดดี้เค้ามีไว้ให้ดูแลเว้ย ไม่ใช่ให้แกล้งให้โขกสับแบบนี้”
นั่นเป็นครั้งแรกที่ยูยะได้รู้จักกับยามาชิตะ โทโมฮิสะ รุ่นพี่ผู้เป็นดั่งเทพบุตรที่จุติลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ของสาวๆ เกือบทั้งมหาวิทยาลัย.....และก็รวมไปถึงของเขาด้วย
ครั้งแรกที่ได้สบตากัน ยูยะรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของดวงตาคู่นั้น และความเข้าอกเข้าใจที่ส่งผ่านมาทางแววตา หลังจากที่ได้เห็นเขาโดนผู้เป็นรุ่นพี่บัดดี้แกล้งมาตลอด
“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันยามาชิตะ โทโมฮิสะ อยู่เอกเดียวกันกับนาย มีอะไรก็ปรึกษาได้เสมอนะ”
คำพูดที่สื่อถึงความอ่อนโยนในตัวรุ่นพี่คนนี้ ยูยะรับมันมาไว้เต็มหัวใจ...ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
ไม่รู้ตัวเลย...จนกระทั่งได้ยินคำพูดตัดรอน เฉยชาของรุ่นพี่คนเดียวกันนี้ถึงสองครั้งในหนึ่งวัน
“ฉัน...ไปก่อนนะ ตอนเช้ามีเรียนน่ะ ขอโทษด้วยที่มารบกวนเมื่อคืน”
“ฉัน...ต้องไปแล้วล่ะ...วันนี้มีธุระต่อ ขอโทษด้วยนะ”
.
.
.
.
เขาคงไม่เจ็บปวดกับคำพูดเฉยชาเหล่านี้หรอกกระมัง....ถ้าไม่รัก
To be continued
เอาฟิคพีเทชชี่เรื่องแรกมาลงที่บล็อกค่า เย้~~ ดีใจจังที่ได้แต่งฟิคหลังจากห่างหายจากวงการไปนานเหลือเกิน แม้ภาษาจะยังแปร่งๆ อยู่บ้าง(หรือมาก?) แต่คิดว่าเรื่องต่อๆ ไปคงจะดีขึ้นกว่านี้ล่ะนะ(มั้ง?) ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อน ฮา
ครึ่งหลังจะเอามาลงเร็วๆ นี้ค่ะ ไม่หายไปแน่นอนเพราะแต่งจบแล้ววว แต่ขอเกลาภาษาให้มันสมูทกว่านี้หน่อยเถอะนะ หุหุ
ปอลิง. ฟิคเรื่องนี้เคยเอาไปลงที่บ้านยามะโกชิ กับเทโกชิตะค่าา
edit @ 26 Jan 2011 13:26:17 by MaYuya
edit @ 23 Feb 2011 19:46:15 by MaYuya
สารบัญ Ficton





ป๋าอยากอ่านโอ๊ะโอะอิเคย์ T^T
-ป๋าเอง-
#1 By Ya_M_asaki & I-PrA on 2011-01-25 21:57