KiSS on your LiP ~ 3

posted on 26 Oct 2010 01:27 by melodii-fiction  in YamaJima

 

KiSS on your LiP ~  3

[ Yamada x Nakajima ]

 

 

 

 

 

“...แล้วไง แล้วแกก็มานั่งดื่มนมย้อมใจอยู่เนี่ยอะนะไอ้ยามะจัง!”

 

น้ำเสียงประชดกึ่งหมั่นไส้ของร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่ได้ทำให้คนถูกว่ากระทบสะดุ้งสะเทือนอะไรแม้แต่น้อย เรียวสุเกะยังคงนั่งเอามือเท้าคาง สายตาเหม่อลอย ยกแก้วที่มีนมบรรจุอยู่เกือบเต็มขึ้นจิบ สลับกับถอนหายใจเป็นระยะๆ

 

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้คนมองย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้......เหอะ! ทำเป็นนั่งเหม่อแล้วถอนหายใจ ดูดีตายล่ะพ่อพระเอก!

 

 

ร่างสูงของผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายห่างๆ ใช้สายตาเหล่มองน้องชายอีกสักพัก แล้วเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาบ้าง....ทั้งๆ ที่วันนี้มันเป็นวันหยุดพักผ่อนของเขาแท้ๆ เชียวนะ คิดเอาไว้ว่าจะนอนให้เต็มอิ่มเสียหน่อย แต่ไอ้น้องชายสุดรักคนนี้มันกลับโผล่มาหาถึงคอนโดตั้งแต่ไก่โห่ ทำหน้ายุ่งเหมือนคนกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ แล้วพอถามว่าเป็นอะไรมันก็ร่ายยาวออกมาเสียจนฟังแทบไม่ทัน แล้วไงล่ะ...พอเล่าจบก็ทำหน้าพระเอกใส่แล้วก็นั่งเหม่อถึงเด็กอยู่เนี่ย!

 

“พอๆ เลิกเหม่อแล้วกลับไปได้แล้ว เอาเวลาที่นั่งเหม่อถึงเขาไปหาเจ้าตัวไม่ดีกว่ารึไง”

 

“ผมก็บอกไปแล้วไงว่าผมกลับไปไม่ได้ ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันมาหายูโตะอยู่ตอนนี้ ผมไม่อยากเห็นเขา” .....อยู่กับผู้ชายคนนั้น

 

คำตอบของน้องชายห่างๆ แต่สนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆ ทำเอาทาคาคิ ยูยะอยากจะหาอะไรมาทุบหัวคนพูดสักที! รู้ก็รู้อยู่ว่าศัตรูหัวใจมาเยือนถึงถิ่น แต่กลับยอมให้คนของตัวเองอยู่กับไอ้ผู้ชายคนนั้นอยู่ได้ จะทำตัวพระเอกไปถึงไหน!?

 

“ถ้าอย่างนั้น...แกกำลังจะบอกว่าแกจะเป็นฝ่ายหลีกทางเองงั้นสิ”

 

 

เรียวสุเกะเงียบไปพักใหญ่เมื่อได้ฟังคำถามนั้น ก่อนจะตอบออกมาเสียงเบา

 

“ถ้าเจ้าตัวเขาเลือกทางนั้น ผมก็คงต้องตัดใจ”

 

 

บ้า บ้าไปแล้วแท้ๆ!

 

คนหล่อลุกขึ้นยืนอย่างหัวเสีย เดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มเผื่อมันจะช่วยทำให้เขาใจเย็นลงกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะเดินไปต่อยหน้าไอ้น้องชายสุดรักแล้วเป็นแน่ เผื่อมันจะได้ตาสว่าง มองเห็นอะไรๆ ขึ้นมาซะบ้าง

 

ยูยะถอนหายใจอีกครั้งแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิมหลังจากที่สงบอารมณ์ตัวเองได้แล้ว  “เรียวสุเกะ ฉันขอถามแกคำเดียว...แกรักเด็กคนนั้นจริงหรือเปล่า”

 

 “ผมรัก...”  ผู้เป็นน้องตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทำให้คนถามยิ้มออก  “ผมรักเขาจริงๆ รัก..รักมาตั้งนานแล้ว”

 

“ถ้าอย่างนั้นมันจะยากอะไรล่ะ แค่เดินไปหาเขาแล้วบอกว่า ‘รัก’ ทุกอย่างมันก็จบ แฮปปี้เอนดิ้งแล้ว”

 

“แต่ผมไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง...บางทียูโตะอาจจะคิดกับผมแค่เพื่อนก็ได้ แล้วถ้าผมบอกรักเขาไปแต่เขาไม่ได้รักผมขึ้นมา...เขาคงหลบหน้าผมไปตลอดชีวิต”

 

ฟังคำตอบแล้วยูยะอยากจะเอาหัวไปโขกกำแพงสักทีสองที! บ้าแล้ว! ถ้าคิดกันแค่เพื่อนจริง เด็กคนนั้นคงจะยอมให้แกจูบเอาๆ มาตั้งแต่เด็กจนโตหรอกนะ ไอ้น้องชาย!

ทีเรื่องอื่นล่ะฉลาดนัก ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะโง่เอาๆ !

 

“ตกลงที่แกมาหาฉันเนี่ย คือจะมาทำให้ฉันประสาทไปกับแกอีกคนใช่ไหม ...ให้คำปรึกษาอะไรก็ไม่ฟัง แย้งตลอด ถ้าเก่งนักก็หาทางเอาเองละกัน จะไปนอนแล้วเว้ย! คุยกับเด็กโง่เดี๋ยวโง่ตาม”

 

คนหล่อเขาลุกขึ้นยืนแล้วจะเดินเข้าห้องนอนไปนอนอย่างที่พูด แต่ก่อนจะได้เปิดประตู เสียงของน้องชายก็พูดลอยแว่วมา ทำให้ยูยะชะงัก หยุดอยู่ตรงนั้น

 

 

“พี่ไม่เคยมีความรัก...พี่ไม่เข้าใจหรอก ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน เรื่องของหัวใจอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”

 

 

 

“แล้วใครบอกแกว่าฉันไม่เคยมีความรัก ขอโทษทีเถอะไอ้น้องชาย ฉันน่ะผ่านโลกมามากกว่าแกเยอะ ไม่อย่างนั้นฉันคงจะให้คำปรึกษาแกไม่ได้หรอก......แล้วจะบอกอะไรให้นะ การที่ยูโตะจังของแกยอมให้แกจูบตั้งแต่หกขวบจนตอนนี้อายุสิบห้า ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกดีๆ กับแก แล้วเขาจะยอมให้แก ‘จูบ’ มาตลอดเก้าปีอย่างนั้นเหรอ....ถ้ายังคิดไม่ได้ แกก็จงทำตัวเป็นพระเอกโง่ๆ ต่อไปเถอะ ให้พระรองมันคาบเอานางเอกไปกินก่อนแล้วถึงตอนนั้นถ้าแกคิดได้...มันก็สายไปแล้ว!”

 

 

ยูยะพูดกระแทกเสียงใส่ไอ้น้องรักที่ตอนนี้เริ่มจะชังหน้ามันขึ้นมาตงิดๆ แล้วเดินเข้าห้องนอนไป โดยไม่ลืมปิดประตูเสียงดังใส่อีกทีด้วยความสะใจกึ่งโมโหเล็กๆ.........เฮอะ! กล้าดียังไงมาว่าสุดหล่อคนนี้ไม่เคยมีความรัก อยากจะบอกเหลือเกินว่า ในขณะที่แกทำได้แค่จูบ ฉันน่ะก้าวหน้ากว่าแกไปหลายขั้นแล้วเว้ย!

 

 

^^

 

.......................................................................................................

 

 

หลังจากร่ำลาพี่ชายสนิทที่ขยันแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเป็นสัปดาห์ที่สองเรียบร้อยแล้ว รถของพี่ทักกี้ก็เคลื่อนตัวออกไปจนหายลับสายตา ยูโตะค่อยๆ ลดมือที่โบกลาพี่ชายสนิทลงแล้วหมุนตัวจะเข้าบ้าน แต่เมื่อหันไปเห็นบ้านหลังข้างๆ ที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ เขาก็ถอนหายใจออกมา

 

หนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่วันที่พี่ทักกี้กลับมาเยี่ยมเขาครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ก่อน ยามะจังก็ห่างเหินไป...ไม่พูด ไม่คุย ไม่มองหน้า.....เขาไม่รู้ว่ายามะจังเป็นอะไรไป ยูโตะพยายามแล้ว เข้าไปถามหาสาเหตุกับเจ้าตัวแต่สุดท้ายคำตอบที่ได้ก็มีแต่ความเงียบและการเดินหนีไป....เขาไม่เข้าใจว่าเขาทำอะไรผิด ยามะจังทำเหมือนเขาเป็นคนผิด แต่คิดกี่ที ยูโตะก็คิดไม่ออกว่าเขาไปทำอะไรให้ยามะจังไม่พอใจ....จนสุดท้ายยูโตะก็ยอมแพ้ เลิกถาม เลิกคุย เลิกทำทุกอย่างให้มันเหมือนเดิม

 

.....ก็ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่อยากจะให้ทุกอย่างมันเป็นเหมือนเดิมเอง แล้วยูโตะจะพยายามไปเพื่ออะไรกันล่ะ ?

 

 

“เลิกคิดถึงคนบ้านั่นสักทียูโตะ”

 

เอามือตบแก้มตัวเองด้วยแรงที่ไม่เบานัก ตบให้พอรู้สึกตัว ให้รู้สึกเจ็บ...แต่ก่อนที่ขาเรียวกำลังจะก้าวเข้าบ้านตัวเองนั้น สายตาก็พลันไปเห็นคนที่กำลังคิดถึงเดินใกล้เข้ามา....

 

สาบานได้ว่ายูโตะไม่เคยคิดจะหนีปัญหา หรือรู้สึกกลัวคนตรงหน้านี่เลยสักครั้ง

เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะคุยอะไรกับใครต่างหากเล่า

 

 

“ยูโตะจัง...เดี๋ยวสิ”

 

แรงกระตุกที่แขนซ้ายทำให้ร่างบางหันกลับไปมองเจ้าของมือนั้นที่จับแขนเขาอยู่ด้วยสายตานิ่งเฉย.....คิดว่าตัวเองโกรธเป็นคนเดียวรึไง ถึงยูโตะจะยังไม่รู้ถึงสาเหตุของการเมินเฉยนั้นตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และก็เคยอยากจะรู้.....แต่ตอนนี้ยูโตะไม่อยากจะรู้และก็ไม่อยากจะพูดกับคนตรงหน้านี้แล้ว!

 

….

 

“ฮะ...ฮัดชิ้ว!”

 

ยังไม่ทันที่เรียวสุเกะจะได้พูดอะไรต่อ ร่างบางก็หลุดจามออกมายกใหญ่ มือข้างหนึ่งที่ยังเป็นอิสระยกขึ้นลูบจมูกตัวเองป้อยๆ เพราะรู้สึกเหมือนน้ำมูกจะไหล.....คงเป็นเพราะช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ แถมยังมายืนตากลมนานๆ อีก สงสัยจะโดนหวัดเล่นงานเข้าแล้วสิยูโตะเอ๊ย...

 

“มายืนทำอะไรตรงนี้ ลมมันเย็นก็น่าจะรู้อยู่ ไป เข้าบ้านเถอะครับเดี๋ยวจะไม่สบาย”

 

ปากบอกว่าจะพาเข้าบ้าน แต่มือกลับลากกึ่งจูงคนที่ท่าทางจะป่วยไปทางบ้านตัวเองเสียนี่ ยูโตะมองคนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้แกมโมโห ขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินไปตามที่ใครอีกคนต้องการ

 

.....ก็เรื่องอะไรที่เขาจะต้องยอมง่ายๆ ล่ะ! อยู่ดีๆ ก็ไม่ยอมคุยด้วย ทั้งๆ ที่เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วพอเวลาผ่านไปก็เดินมาหาพร้อมกับทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันหมายความว่าอะไร ยามะจังกำลังทำอะไร ยูโตะไม่เข้าใจเลยสักนิด!

 

 

“ยูโตะจัง เข้าบ้านเถอะ”

 

“ไม่! เรามายืนรอพี่ทักกี้ ยามะจังไม่ต้องมายุ่ง จะไปไหนก็ไปเลย!”

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ร่างบางพูดออกไปแบบนั้น แต่เขารู้แค่ว่าตอนนี้เขาไม่อยากจะคุยกับคนตรงหน้านี่ อยากจะหนี...อยากจะหลบหน้า เหมือนกับที่ยามะจังทำมาตลอดหลายวันที่ผ่านมาไงล่ะ!

 

“รอ...รอมันทำไม มันกลับไปแล้วไม่ใช่หรือ...”

 

เรียวสุเกะพยายามข่มใจให้เย็นลง ระงับความหึงหวงของตัวเองเอาไว้ ...เมื่อครู่เขาเห็นรถของหมอนั่นมันขับออกไปแล้ว และเขาก็มั่นใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาดหรือจำผิด แต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือ...

 

ทำไมยูโตะถึงต้องโกหกเขาด้วย ?

 

 

“คะ..ใครบอกว่ากลับไปแล้ว พี่ทักกี้แค่กลับไปเอาของ เดี๋ยวเขาก็จะกลับมา ยามะจังไม่ต้องมายุ่ง ไม่อยากคุยกับเราแล้วไม่ใช่เหรอไง คนนิสัยไม่ดี ปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะ!”

 

มือบางพยายามแกะมือหนาที่จับแขนของเขาออก แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเขาพยายามขัดขืนมากเท่าไหร่...คนตรงหน้านี่ก็จะรัดแน่นมากขึ้นเท่านั้น

 

“ใช่สิ...ผมจะไปดีเหมือนกับพี่ทักกี้ของคุณได้ยังไงกันล่ะ ผมมันนิสัยแย่ ไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด ใช่ไหมนาคาจิม่าซัง”

 

“โอ๊ย...เราเจ็บนะ ยามะจังพูดอะไร พี่ทักกี้มาเกี่ยวอะไรด้วย ปล่อย.......”

 

“ผมรู้ว่าคุณเข้าใจ รักมันมากเลยใช่ไหมถึงได้ปกป้องกันขนาดนี้”  เรียวสุเกะจับต้นแขนทั้งสองข้างของร่างบางด้วยแรงที่ไม่เบานัก จนคนถูกกระทำนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ มือบางพยายามผลักตัวของคนที่รุกรานเขาออกไป แต่...มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดที่จะทำแบบนั้นได้

 

“ยามาดะ เรียวสุเกะ บอกว่าให้ปล่อยไม่ได้ยินรึไง!”

 

“ทำไมครับ? กลัวพี่ทักกี้ของคุณกลับมาเห็นหรือ....ถ้าอย่างนั้นก็ดี ผมจะได้ ‘จูบ’ โชว์มันด้วยเลยเป็นไง”

 

“อย่านะ! ยามะจัง หยุ..ด.......อื้ออ...!!”

 

ริมฝีปากร้อนฉกลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงด้วยอารมณ์หึงหวง ตอนนี้ทั้งสมองของยามาดะ เรียวสุเกะขาวโพลน ในหัวของเขาคิดได้แต่เพียงว่า ต้องการให้คนตัวบางในอ้อมแขนนี้หยุดพูดเสียที เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะคิดถึงความรู้สึกของยูโตะเลยสักนิด เขาเพียงแต่อยากจะให้ร่างบางรับรู้ว่าเขาเจ็บ...เจ็บที่ถูกผลักไส เจ็บที่ได้ยินคำกล่าวปกป้องใครอีกคนต่อหน้าต่อตา เจ็บ..ที่ร่างบางตรงหน้าทำเหมือนไม่สนใจเขา เหมือนกับว่าไม่มีเขาในสายตา..

 

“อื้อออ!!”

 

ร่างในอ้อมแขนแกร่งยังคงร้องครางประท้วงในลำคอเป็นเชิงบอกให้หยุดเสียที แต่คนใจร้ายก็ยังคงบดเบียดริมฝีปากลงมาอยู่แบบนั้น ลิ้นร้อนเริ่มรุกรานเข้ามาในโพรงปากเล็กอย่างไม่มีคำว่าปราณี แม้ยูโตะพยายามจะต่อต้านมากแค่ไหน แต่เรี่ยวแรงมันกลับหดหายไปจนหมดสิ้นเพราะคนตรงหน้านี้....เพราะริมฝีปากอิ่มนี้.....

 

คนใจร้ายในสายตาของยูโตะปล่อยให้ปากบางเป็นอิสระแค่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่จะฉกฉวยริมฝีปากตัวเองลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เรียวสุเกะไม่ได้จูบด้วยความหึง...แต่เด็กหนุ่มกำลังบอกรักผ่านจูบนี้ให้กับคนในอ้อมแขนรับรู้...จูบที่ทั้งเคล้าคลอ..ง้องอน และอ่อนหวานเสียจนยูโตะแทบสำลัก...มือบางที่เคยผลักไสหยุดนิ่ง ร่างกายแทบจะหมดแรงลงไปนั่งกองกับพื้นถ้ามือหนาของใครอีกคนไม่ได้ช่วยพยุงตัวเขาเอาไว้ เสียงเต้นของหัวใจทั้งสองดวงกำลังเต้นเป็นจังหวะประสานกัน.....และเหตุการณ์มันคงจะไม่หยุดลงแค่จูบนี้เป็นแน่ ถ้าไม่มีเสียงแตรรถยนต์คันคุ้นตาดังขึ้นเตือนสติให้นาคาจิม่า ยูโตะรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรและกำลังยืนอยู่ที่ไหน!

 

ร่างบางรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีผลักอกหนาของเพื่อนข้างบ้านออกจากตัว และเขาก็ทำมันได้สำเร็จเมื่อรับรู้ว่ามือที่เกาะเกี่ยวแขนทั้งสองข้างของเขาอยู่นั้นหลุดออกไป.....เมื่อได้รับอิสรภาพกลับคืนมาแล้ว ยูโตะก็ไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะรีบหมุนตัววิ่งหนีเข้าบ้านตัวเอง ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าใครทั้งนั้น ไม่สนใจเสียด้วยซ้ำว่าจะมีใครเดินลงมาจากรถและก้าวมาหาคนที่รุกรานเขาด้วยริมฝีปากเมื่อสักครู่

 

ฮิเดอากิเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มอีกคนด้วยมาดนิ่ง หากแต่ริมฝีปากกลับกดลึกจนเป็นรอยยิ้มบาง

 

.

.

 

“ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม? ยามาดะคุง”

 

 

.......................................................................................................

 

 

“มีอะไรครับ”

 

เด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้นทันทีที่นั่งลงที่โต๊ะมุมหนึ่งในร้านกาแฟเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเขานัก...จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้อยากจะคุยหรืออยากจะเสวนากับร่างตรงหน้านี่สักเท่าไหร่หรอก ถ้าเพียงแต่เรื่องที่ว่านั่นจะไม่เกี่ยวข้องกับร่างบางที่เขาคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกแบบนี้

 

“ใจเย็นๆ สิยามาดะคุง~ เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยพูดกันก็ได้ ตอนนี้สั่งอะไรมาดื่มก่อนดีกว่านะ”  พูดอย่างสบายใจพลางกวักมือเรียกบริกรที่ยืนอยู่แถวนั้นมาสั่งเครื่องดื่ม  “ฉันเอากาแฟดำดีกว่า ยามาดะคุงจะรับอะไรดี?”

 

“ผมไม่ดื่มอะไรทั้งนั้น ขอบคุณ”

 

“งั้นเอาเป็นกาแฟดำหนึ่งที่ กับโกโก้ปั่นหนึ่งที่ละกันนะ นายยังเด็กดื่มกาแฟคงไม่เหมาะหรอก”

 

เรียวสุเกะมองบริกรที่เดินจากไปก่อนจะตวัดสายตาหันมามองคนที่นั่งอยู่ทิศตรงข้ามอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี.....ก็บอกอยู่ว่าไม่ดื่มๆ ไม่รู้ว่าคนฟังหูเฝื่อนหรือสติไม่ดีกันแน่ ?

 

“ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ หรือว่าไม่ชอบโกโก้? งั้นเปลี่ยนเป็นอะ....”

 

“เมื่อไหร่จะพูดเข้าเรื่องสักทีครับ ผมไม่ได้มีเวลาว่างพอที่จะนั่งดูคุณดื่มกาแฟทั้งวันหรอกนะ”

เด็กหนุ่มขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา หากแต่ใครอีกคนกลับกดยิ้มมุมปากราวกับว่ามีเรื่องน่าพึงใจยังไงอย่างนั้น

 

“ใจร้อนจริง ฉันก็กำลังจะพูดอยู่นี่ล่ะ”

 

“...........”

 

“อ๊ะ กาแฟมาพอดี ขอบคุณมาก”

 

ฮิเดอากิหันไปพูดกับบริกรด้วยใบหน้าแย้มยิ้มยินดีจนเกินความจำเป็น จากนั้นก็ยกกาแฟขึ้นจิบโดยไม่พูดอะไรออกมาอีกพักใหญ่ เรียวสุเกะมองร่างตรงหน้าอย่างอดและทน พยายามข่มใจไม่ให้อารมณ์ขึ้นมาอยู่เหนือเหตุผล แต่เมื่อมันนานเกินกว่าที่เขาจะทนไหว เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืนก่อนเอ่ยเสียงห้วน

 

“ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดผมคงต้องขอตัวก่อน”

 

“จะรีบไปไหนล่ะ รีบไปหายูโตะจังหรือ ?”

 

ทักกี้ยังคงจิบกาแฟด้วยท่าทีสบายใจและดูไม่ตกใจสักนิดที่เห็นเรียวสุเกะยืนขึ้นแบบนี้ คนถูกถามกำหมัดแน่นเมื่อเห็นกริยาไม่ทุกข์ร้อนอะไรของคนตรงหน้า แถมเขายังรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีความสุขที่ได้เห็นเขาโมโหจนจะแทบเป็นบ้าแบบนี้เสียด้วยสิ!

 

“นั่นเป็นเรื่องของผม คุณไม่เกี่ยว ผมไม่ได้มีเวลาว่างมากเหมือนคุณหรอกนะ”

 

ทักกี้ลดมือข้างที่ถือถ้วยกาแฟลงแล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเห็นด้วย  “นั่นสินะ...‘เวลา’ น่ะ มันไม่ได้มีมากมายนักหรอก”

 

“คุณหมายความว่ายังไง”

 

“........”

 

ชายหนุ่มใช้ความเงียบเป็นคำตอบให้อีกคนพอกระวนกระวายใจเล่นสักพัก จนเมื่อเห็นว่าเรียวสุเกะกำลังจะก้าวเท้าเดินออกไปแล้วนั่นละ ฮิเดอากิจึงเอ่ยขึ้นมาโดยที่สายตายังจ้องอยู่ที่ถ้วยฟาแฟที่อยู่ในมือ

 

“......ถ้าไม่พูด...นายก็ไม่มีวันจะรู้ใช่ไหมล่ะว่าฉันคิดอะไร และกำลังจะบอกอะไร...”

 

“....ถึงแม้การกระทำจะสำคัญก็เถอะ....แต่ถ้าไม่พูดออกมา อีกฝ่ายก็ไม่รู้หรอกว่าเรากำลังจะบอกอะไรเค้า...นายว่าอย่างนั้นไหม ยามาดะคุง?”

 

ประโยคสุดท้าย ทักกี้หันมามองเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยรอยยิ้มบาง เรียวสุเกะยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นนานอีกนาทีกว่าเพื่อให้สมองได้ทบทวนอะไรบางอย่างตามที่คนตรงหน้าพูด และจากนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากร้านไป...

 

ทักกี้หันกลับมามองกาแฟที่พร่องไปจนเกือบหมดถ้วยแล้วยิ้ม ยกกาแฟถ้วยเดิมขึ้นจิบอีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับพบว่ากาแฟดำถ้วยนี้มันมีรสชาติหวานๆ ยังไงไม่รู้สิ

 

 

^^

 

 

To be continued

 

 

สุดหล่อโผล่แล้วว! พี่ยูยะสุดหล่อของเม แอร๊ววว

แต่งเองเพ้อเองบ้าเองคนเดียว 55555 XD

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมีคำว่า "หล่อ" "คนหล่อ" อะไรทำนองนี้ออกมาเยอะ ก็สุดที่รักทั้งคนนี่นะ เลยมีเส้นสายนิดหน่อย55555

ตอนหน้าจบแล้วค่า ;D

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คำคมแต่ละคนบาดจิตมาก ทั้งยูยังและทักกี้ 555

แต่ ยมจ. เล่นไปขืนใจ(?) จูบโตะรินหน้าบ้านแบบนั้นแรงไปหน่อยน๊า ล่อลวงจูบเค้ามาได้ตั้ง 9 ปี เด๊่ยวจะหมดโควต้าวันนี้

หึงแรงดีอ่ะ ชอบ 555 โตะก็ซึมไปเลย อย่างว่าเนอะ ถ้าไม่พูด ก็ไม่รู้หรอก ><

#1 By MiMiE (183.89.81.2) on 2011-05-08 21:28