With You (Yabu's side)
posted on 31 Mar 2010 01:52 by melodii-fiction in YabuTomeก่อนจะอ่านของพาร์ทนี้ ต้องอ่านภาคความคิดของฮิคกะก่อนน้า จะได้รู้เรื่องครบรสจ้ะ >> With You ภาคฮิคารุ

Short Fiction :: With You (Yabu’s side)
[ Yabu Kota X Yaotome Hikaru ]
เช้าวันนี้...
ผมตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น พอเหลือบตาไปมองดูนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงก็พบว่า มันเป็นเวลาเช้ากว่าที่เคยตื่น แต่...จะให้ผมนอนต่อก็คงทำไม่ได้ ผมจึงลุกขึ้นมาจากเตียง และเข้าห้องน้ำไปทำธุระให้เรียบร้อย
พอผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ลงไปชั้นล่าง หยิบขนมปังสองชิ้นแล้วเดินออกจากบ้านไปตามปกติ.....ยังเช้าขนาดนี้ ไม่รู้ว่าฮิคารุจะตื่นหรือยัง แต่ถ้าจะให้ผมทาย ผมว่าฮิคารุต้องยังไม่ตื่นแน่ๆ หมอนั่นน่ะบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เดินออกจากบ้านห้านาทีก็ถึงแล้ว ก็เลยทำให้เจ้าตัวพลอยตื่นสายไปด้วย...ผมน่ะบอกหลายครั้งแล้วว่าให้ตื่นเช้าๆ หน่อย แต่เขาก็ไม่เคยยอมฟังผมสักที
ครับ ผมกับฮิคารุเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ เราเคยเรียนอนุบาลด้วยกัน เรียนประถม มัธยมต้นด้วยกัน แล้วพอมาไฮสคูล เราก็ยังเรียนด้วยกัน ที่เดียวกัน ห้องเดียวกันเหมือนเดิมอีก....มันน่าแปลกนะ ไม่ว่าจะมีการย้ายห้องสักกี่ครั้ง เราสองคนก็ยังคงได้อยู่ห้องเดียวกันเสมอ ผมว่า...ฮิคารุเขาคงจะเบื่อผมแล้วล่ะครับ ตรงกันข้ามกับผมนะ เพราะผมไม่เคยเบื่อเขาเลยสักนิด ฮิคารุเป็นคนร่าเริง น่ารัก แต่ก็ดื้อสุดๆ แถมยังปากเก่ง เชื่อมั่นในตัวเองมาก ผมบอกอะไร เตือนอะไรเขาก็ไม่เคยฟัง ...ใช่ครับ ฮิคารุเขาเป็นประเภทยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุน่ะ ผมห้ามอะไรไป เขาก็จะทำตรงกันข้ามเสมอ
แต่ถ้าจะให้ผมพูดตรงๆ ผมว่าจุดนี้แหละที่ทำให้ผมต้องคอยเป็นห่วงเขา คอยดูแลเขา จนทำให้ความรู้สึกบางอย่างมันก่อตัวขึ้นในจิตใจผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้....
.....รู้ตัวอีกที ผมก็ ‘รัก’ เขาไปแล้วล่ะครับ.....
แต่แน่นอนครับ ผมไม่ได้บอกกับเขาหรอกว่าผมคิดยังไง ผม...ไม่อยากให้เขารู้ เพราะถ้าเขารู้ความรู้สึกของผมในตอนนี้...ฮิคารุอาจจะหนีผมไป...
และแม้แต่ความเป็นเพื่อน...ผมก็อาจจะไม่ได้รับมันกลับคืนมาอีกเลย...
พอผมไปถึงโรงเรียนก็ตามคาดครับ ฮิคารุยังไม่มา ก็นี่ยังเช้าอยู่เลยนี่นะ...ผมจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเรียนแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว แต่...ฮิคารุก็ยังไม่มา
ตอนแรกผมคิดว่าเขาอาจจะมาสายตามปกติ แต่แล้วผมก็นึกขึ้นได้...เมื่อวานตอนเลิกเรียน ฝนตกหนักมาก...ผมบอกเขาว่าให้รอฝนหยุดก่อนแล้วค่อยกลับ เพราะไม่ได้พกร่มมา แต่ก็ตามนิสัยของฮิคารุเขาแหละครับ ผมเตือนอะไรไปเขาก็ไม่เคยฟัง ดื้อจะกลับท่าเดียว แล้วพอผมบอกว่าเดี๋ยวโดนฝนแล้วจะไม่สบายเอา เขาก็ยิ่งเถียง แล้ววิ่งฝ่าสายฝนออกไป ตอนนั้นผมตกใจมากเลยรีบวิ่งตามไป แต่ก็อย่างที่ผมบอกไปล่ะครับว่าบ้านเขาอยู่ใกล้โรงเรียนมาก วิ่งแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ผมก็เลยห้ามอะไรไม่ทัน เพราะฮิคารุวิ่งถึงบ้านเขาแล้ว
เมื่อวานพอเห็นเขาถึงบ้านแล้วก็คิดว่าเขาคงจะไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้ดูท่าว่าจะไม่ใช่แล้วสิ ปกติถึงเขาจะมาสายยังไงก็ไม่เคยสายถึงขนาดเริ่มชั่วโมงเรียนแล้วแบบนี้ ผมว่า...ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เป็นเพราะที่เขาวิ่งตากฝนเมื่อวานแน่ๆ เชียว
คิดได้ดังนั้น ผมก็ลุกพรวดขึ้นมาจากโต๊ะแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องเรียนทันที ไม่สนว่าอาจารย์จะเรียก หรือเพื่อนจะตะโกนถาม หรืออะไรทั้งนั้น ตอนนี้ผมเป็นห่วงเขามาก ถ้าเกิดเขาเป็นลมไปจะทำยังไงดี ผมต้องรีบวิ่งไปให้ถึงบ้านเขาเร็วที่สุด !
และเมื่อผมวิ่งมาจนใกล้จะถึงบ้านฮิคารุแล้ว ผมก็ต้องตกใจมากเมื่อเห็นร่างของเขากำลังจะล้มลง ฮิคารุกำลังเป็นลม ! ผมรีบวิ่งเข้าไปรับตัวเขาไว้ได้ทันท่วงที เขาจึงไม่ล้มลงกับพื้น ...ถ้าเกิดผมมาไม่ทัน เขาอาจจะล้มหัวฟาดพื้น หรือเป็นอะไรร้ายแรงกว่านั้นก็ได้...ทำไมเขาถึงไม่รักตัวเองบ้างนะ ถ้าตื่นขึ้นมาผมต้องอบรมเขาสักหน่อยแล้ว
ผมช้อนตัวฮิคารุขึ้นมาอุ้มแนบอกไว้แล้วพาเขาเข้าบ้านไป ฮิคารุตัวร้อนมากเสียจนผมกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป ผมวางตัวเขาบนเตียง แล้วรีบหาผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดหน้าเช็ดตาเขาทันที
“ฮิคารุ นายอย่าเป็นอะไรไปนะ”
ผมพูดประโยคนี้กี่ครั้งผมเองก็จำไม่ได้ รู้แต่เพียงว่า ตอนนี้ผมเป็นห่วงเขามาก ถ้าเขาเป็นอะไรไป ผมจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย
........................................................................
ในที่สุดไข้ก็ลดลง...ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่เป็นอะไรแล้วสินะ...เด็กดื้อคนนี้นี่ เตือนอะไรไปไม่รู้จักฟังซะบ้างเลย
ผมหยิบผ้าขนหนูผืนเดิมมาชุบน้ำแล้วบิดอีกครั้ง จากนั้นก็วางมันลงบนหน้าผากของเขา ผมมองเขาอีกสักพักแล้วลุกขึ้นยืน หยิบกะละมังที่ใส่น้ำมาเช็ดตัวเขาออกไปเก็บให้เรียบร้อย
และเมื่อผมเดินกลับเข้าห้องอีกครั้ง ผมก็เห็นฮิคารุนอนยิ้มอย่างสบายอยู่บนเตียง แน่ล่ะสิ มีคนมาเช็ดตัวให้จนไข้ลดลงไปแบบนี้ จะไม่สบายตัวขึ้นเลยก็เป็นไปไม่ได้ แต่ไอ้ท่าทางสบายใจแบบนั้น เห็นแล้วมันน่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ
....เขาจะรู้บ้างไหมว่า มีใครคนหนึ่งคอยดูแลเขาไม่ห่าง...แล้วเขาเคยรู้บ้างไหมว่า...มีใครคนหนึ่งแอบรักเขามาตั้งนานแล้ว....
ผมนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างเตียง นั่งมองฮิคารุอยู่อย่างนั้นจนผมนึกได้ว่า ผมทิ้งกระเป๋าไว้ที่โรงเรียน ขณะที่ผมกำลังลุกขึ้นยืนและจะเดินออกจากห้องไป เสียงของคนป่วยก็ทำให้ผมหยุดชะงักอยู่ ณ ที่ตรงนั้น
“.....โคตะ....”
กึก
ผมหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วหันกลับมามองเขา ตอนแรกผมคิดว่าเขาตื่นแล้ว แต่ไม่ใช่...เขาเพียงละเมอออกมาเท่านั้น แต่นั่นยิ่งทำให้ผมใจเต้นเร็วขึ้น...เขาละเมอชื่อผม นั่นก็แสดงว่า เขาคิดถึงผมอยู่ใช่ไหม....
.......ฮิคารุคิดถึงผมแม้ตอนฝัน...อย่างนั้นใช่หรือเปล่า.....
ผมตัดสินใจเดินกลับมานั่งที่เดิม...ไม่เอาแล้ว ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น....ผมอยากเห็นสีหน้าของฮิคารุตอนฝันถึงผม...อยากเห็นสีหน้าของเขาตอนที่ละเมอถึงผม...
ผมถือวิสาสะจับมือเขาขึ้นมาข้างหนึ่งพร้อมกับประทับจูบลงไปเบาๆ สีหน้าของฮิคารุตอนนี้น่ารักมาก ดูไร้เดียงสา ไม่มีพิษสงใดๆ น่ารัก....จนผมอดใจไม่ไหวอีกแล้ว
ผมโน้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าของฮิคารุ จากนั้นก็เริ่มจูบจากที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา ต่อด้วยเปลือกตาทั้งสองข้าง พวงแก้มที่ตอนนี้แดงระเรื่อเพราะพิษไข้ และสุดท้าย.....
.....ผมค่อยๆ ประทับริมฝีปากตัวเองเข้ากับริมฝีปากสีกุหลาบของฮิคารุ.....
“...อืม......”
เขาครางครับ ครางเบาๆ จนผมแทบจะเป็นบ้า ผมถอนริมฝีปากออกมาแล้วมองดูใบหน้าของเขา ฮิคารุยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ผมยิ้มออกมาบางๆ แล้วก้มหน้าไปกระซิบที่ใบหูของเขา
“...ฮิคารุ...ฉันเป็นห่วงนายมาก.....ฉันรักนายนะ....”
....และก็รักมาตลอด...แต่ผมไม่กล้าพอที่จะบอกเขาต่อหน้า....ทำได้เพียงบอกกับเขา.....ในตอนที่เขาหลับก็เท่านั้น
.........................................................................................
“เฮ้ย! นะ...นาย มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง !”
ฮิคารุโวยวายทันทีที่เขาตื่นครับ ผมเผลอหลับไปก็ได้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเขาโวยวายนี่แหละ ตอนแรกผมจะลืมตาแล้วล่ะ...แต่....ไม่เอาดีกว่า ผมอยากจะลองทำอะไรดูสักหน่อย
ฮิคารุพยายามดึงมือเขาออกจากมือผมครับ แต่เรื่องอะไรที่ผมจะปล่อยไปง่ายๆ ผมจับมือเขาไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาดึงออกหรอก และแล้วเขาก็ถอดใจเลิกดึงมือตัวเองออกจากมือผมจนได้
“โคตะ! นาย...ตื่นเดี๋ยวนี้นะ !”
ฮิคารุเปลี่ยนจากดึงมือตัวเองมาปลุกผมอีกครั้ง แต่ผมก็ยังคงนอนหลับตาอยู่อย่างนั้น แล้วก็แกล้งละเมอชื่อเขาออกไป
“...อืม...ฮิคารุ...”
“ทำไม เรียกชื่อฉันทำไม !”
คนป่วยเขาดุครับงานนี้ แต่ถ้าเขาได้ยินสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้แล้ว เขาจะยังดุอยู่รึเปล่านะ
“....นายอย่าเป็นอะไรไปนะ.....ฮิคารุ.....ฉัน...เป็นห่วงนาย...”
“.....................”
คราวนี้เขาเงียบไปเลยครับ เงียบไปแบบนี้มีอยู่สองอย่างคือ หนึ่ง เขาอึ้ง สอง เขาเขิน แต่ผมว่าน่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า เขาคงอึ้งที่จู่ๆ ผมก็(แกล้ง)ละเมอออกมาแบบนี้
“...อืม.....”
ผมแกล้งครางนิดหน่อยแล้วค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วผมก็สบตาเข้ากับฮิคารุพอดีเลยล่ะครับ เขากำลังมองผมอยู่ พอเห็นอย่างนั้น ผมก็รีบลุกพรวดเข้าไปใกล้เขา เอามืออังที่หน้าผาก พอเห็นว่าเขายังคงนิ่งผมก็เริ่มได้ใจ (แกล้งทำเนียน)เอาหน้าผากตัวเองชนกับหน้าผากเขาเป็นการวัดไข้ คราวนี้คนป่วยเขาถึงกับหน้าแดงเลยล่ะครับ
“เป็นอะไรรึเปล่า ไข้ลดรึยัง เอ...ไข้ก็ลดแล้วนี่นา แล้วทำไมนายถึงหน้าแดงน่ะฮิคารุ”
แซวครับ แซวเขาไปหน้าซื่อๆ ทั้งที่ผมก็รู้อยู่แล้วว่าเขาหน้าแดงเพราะอะไร แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะเขาเขินที่ผมเอาหน้าเข้าไปใกล้เขานั่นล่ะครับ เวลาที่ฮิคารุเขิน เขามักจะหน้าแดงง่ายเสมอ อย่างเช่นในตอนนี้
“ไม่รู้! แล้วนายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาทำไม”
ฮิคารุถามทั้งๆ ที่ไม่ยอมหันหน้ามาสบตากับผมสักนิด เอ...หรือว่าผมจะเล่นแรงเกินไปนะ
“ฉัน...ก็แค่เดินผ่านมา แล้วเห็นนายเป็นลมนอนอยู่ ก็เลยพากลับบ้าน...ก็แค่นั้น”
“ขอบใจ...แต่คราวหลังไม่ต้องก็ได้”
ปากเก่งอีกแล้ว...คราวหลังไม่ต้องก็ได้งั้นเหรอ...ถ้าเกิดวันนี้ผมมาไม่ทัน เขาจะเป็นยังไง ทำไมถึงไม่ห่วงตัวเองบ้างเลย
ต้องอบรมเสียหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นตัวเขาเองน่ะแหละที่จะแย่
“ทำเป็นปากเก่ง! นายน่ะนอนเป็นลมอยู่ ตัวก็ร้อนจี๋ แถมหน้าก็ซีดมาก ถ้าฉันมาช้ากว่านี้นายอาจจะเป็นอะไรไปแล้วก็ได้! รู้บ้างหรือเปล่า !”
“ฉัน...รู้แล้วน่า ก็บอกขอบใจแล้วไงเล่า แล้วนายจะขึ้นเสียงกับฉันทำไม”
“ฉันไม่ได้ต้องการคำว่าขอบใจ แต่ฉัน...อยากให้นายดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าวิ่งตากฝน แล้วทำไมไม่เชื่อกันบ้าง”
“แค่โดนฝนนิดๆ หน่อยๆ เอง ฉันไม่ตายหรอกน่า”
หมับ!
ผมรีบเอามือไปปิดปากคนปากเก่งทันที นายพูดอะไรออกมาน่ะฮิคารุ รู้ตัวรึเปล่า ไม่ตายง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ...นายไม่รู้เลยสินะว่าทำให้ใครคนหนึ่งร้อนใจแค่ไหน เป็นห่วงนายแค่ไหนตอนที่เห็นนายกำลังเป็นลมเพราะพิษไข้...แล้วนายยังมาพูดแบบนี้อีก มันใช้ได้เหรอฮิคารุ
“อย่า...พูดแบบนั้น....นายอย่าพูดเรื่องตายได้ไหม.....ฉันไม่ชอบ”
“................”
พอผมพูดแบบนั้นไป เขาก็เลยเงียบสนิทเลยครับ แต่ไม่รู้ว่าที่เขาเงียบเนี่ยเป็นเพราะผมเอามือปิดปากเขาอยู่รึเปล่า แต่เขาเงียบก็ดีแล้วล่ะ เพราะผมไม่อยากได้ยินเขาพูดแบบนั้นอีก...เป็นครั้งที่สอง
ผมนิ่งไปพักหนึ่ง พอเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรแล้วจริงๆ จึงปล่อยมือออก แล้วหันไปรินน้ำใส่แก้วแล้วส่งให้กับเขา
“นายคงคอแห้ง ดื่มน้ำสักหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”
“.....ขอบใจ”
ฮิคารุรับน้ำแก้วนั้นไปจากมือผม แต่พอเขาจะยกดื่ม มือเขาก็สั่นจนน้ำมันหกออกมาจากแก้ว ทำเอาผมรีบหาผ้าเช็ดให้แทบไม่ทัน
“ไม่มีแรงทำไมไม่บอก มานี่มา เดี๋ยวเช็ดให้ นายน่ะอยู่นิ่งๆ ไปเลย”
ผมพูดกับเขาพลางเอาผ้าซับตรงเสื้อที่เปียก ฮิคารุกำลังจะอ้าปากเถียงอะไรผมบางอย่างแต่ผมก็รีบชิงพูดดักเขาไว้ก่อน
“หยุดเลยนะ ไม่สบายอย่าทำปากเก่ง ฉันรู้ว่านายน่ะเก่ง แต่ไม่ใช่ตอนนี้ คนป่วยก็ต้องพักผ่อนมากๆ ยิ่งพูดเยอะก็ยิ่งใช้พลังงานเยอะ เพราะงั้นนายน่ะอยู่นิ่งๆ ไปเลย เอาไว้หายดีแล้ว นายจะเถียงอะไรฉันก็ตามใจ”
พอผมพูดไปอย่างนี้เขาก็เลยนั่งเงียบ หุบปากฉับทันที ....เมื่อผมซับน้ำตรงที่เปียกออกหมดแล้ว ผมก็เอาผ้าไปวางที่เดิม รินน้ำใส่แก้วอีกครั้งแล้วยื่นไปตรงหน้าเขา ซึ่งเขาก็รู้ดีว่าผมจะทำอะไร
“ดื่มเร็วเข้า แล้วเดี๋ยวก็นอนพักอีกสักหน่อย เอานี่ กินยาพร้อมน้ำเลยนะ เร็วๆ สิฮิคารุ นายไม่อยากหายรึไง”
ผมยื่นยาให้กับเขาพลางเลื่อนแก้วเข้าไปใกล้เขาจนเกือบจะชิดริมฝีปาก แต่ฮิคารุก็ยังคงเป็นฮิคารุครับ ดื้อไม่มีใครเกิน เขาเพียงแต่รับยาไปถือแต่ไม่ยอมดื่มน้ำที่ผมจะป้อนให้ เอาแต่ส่ายหน้าลูกเดียว
“ไม่ต้อง ฉันดื่มเองได้”
“มือนายสั่นแบบนี้จะดื่มเองได้ยังไง เดี๋ยวก็หกรดตัวเองอีก”
“ฉันดื่มเองได้!”
คนป่วยเขาเริ่มเถียงผมอีกแล้ว ผมคงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดแล้วสินะ
“ก็บอกแล้วว่าอย่าเถียง...ถ้างั้น ฉันมีทางเลือกให้นายสองทาง...หนึ่ง ฉันป้อนน้ำนายด้วยมือ สอง...ฉันจะป้อนนายด้วยปาก ว่าไง จะเลือกทางไหน”
ใจจริงผมอยากให้เขาเลือกข้อสองนะครับ หึๆ แต่ผมรู้ดีว่าคนอย่างฮิคารุน่ะไม่เลือกข้อนี้หรอก ดูสิ หน้าแดงอีกแล้ว น่ารักเสียจริง.....ฮิคารุทำปากขมุบขมิบ สงสัยคงกำลังด่าผมอยู่แน่ แล้วพอผมจ้องเขา เขาก็เลิกด่าผมแล้วพูดเร่งผมแทน
“มองทำไม เร็วๆ สิ นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้กินยาแล้วนอนน่ะ”
ครับใช่ครับ ผมพูดแบบนั้น แต่ผมก็ถามไปด้วยนะว่าจะเลือกทางไหน มือหรือปาก ในเมื่อคนป่วยเขาไม่ตอบคำถามข้อนี้ ผมจะคิดว่าเขาเลือกข้อที่ผมอยากให้เขาเลือกก็แล้วกันนะครับ
“ตกลงเลือกข้อสองใช่มั้ย ได้”
ผมแกล้งโน้มหน้าเข้าไปใกล้ฮิคารุมากขึ้น...มากขึ้น แต่ไม่รู้ว่าคนป่วยเขาเอาแรงมาจากไหน ถึงได้ดันหน้าผมออกไปได้ในที่สุด....ว้า แอบเสียดายแฮะ
“ไอ้...ไอ้บ้า! เอาข้อหนึ่งเว้ย ขืนทำอย่างนี้อีกมีโกรธแน่”
ฮิคารุเขินผมหน้าแดงเลยล่ะครับ ฮึๆๆ น่ารักเกินไปแล้ว ผมอดขำกับความน่ารักของเขาไม่ได้ จากนั้นก็ยื่นน้ำแก้วเดิมเข้าไปจนชิดริมฝีปากของเขา...ฮิคารุจิบนิดหนึ่งแล้วช้อนตาขึ้นมามองผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“นี่...ไม่ต้องกินยาก็ได้มั้ง...”
อ้อนครับ เขาพยายามอ้อนผมเพื่อไม่ให้ตัวเองกินยา ผมก็เกือบจะหลงไปกับลูกอ้อนนี้แล้ว แต่สุดท้ายก็ยั้งใจไว้ได้
“มะ...ไม่ได้ นายต้องกินนะฮิคารุ ไม่อย่างนั้นนายจะไม่หาย”
“นะ...นะโคตะ...ฉันไม่อยากกินยาอ่า...”
ให้ตายเถอะ สายตาแบบนั้น ท่าทางแบบนั้น จะทำให้ผมบ้าตายอยู่แล้ว !
“ยังไงก็ต้องกิน...จะกินเองดีๆ หรือว่าจะให้ฉันป้อนด้วยปากล่ะหื้อ?”
ผมกลั้นใจพูดขู่เขาออกไปทั้งๆ ที่ในใจมันเต้นรัวและแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจของผม แต่เขาก็ไม่ได้ยินครับ ฮิคารุเบะปากเล็กน้อยแล้วกรอกยาใส่ปากตัวเอง จากนั้นก็ดื่มน้ำที่ผมป้อนให้จนหมดแก้ว สีหน้าตอนที่เขากินยานี่มันดูน่ารักจริงๆ จนทำให้ผมหลุดขำออกมาอีกครั้ง
ผมจัดการเก็บแก้วให้เรียบร้อยแล้วเดินกลับมาที่เตียงคนป่วยอีกครั้ง มือก็เอื้อมไปลูบศีรษะฮิคารุเบาๆ ....รู้สึกว่าตัวเองเหมือนพ่อที่คอยดูแลลูกตอนไม่สบายยังไงไม่รู้แฮะ
“นอนได้แล้ว นี่เพิ่งจะเที่ยงเอง เดี๋ยวบ่ายๆ จะปลุกขึ้นมาให้กินข้าว ยังไม่หิวใช่ไหม”
ผมถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนป่วยเขาคงยังไม่ได้ทานอะไร แต่ฮิคารุก็ส่ายหน้าเป็นเชิงว่ายังไม่หิว
“งั้นก็ดีแล้ว นอนซะนะ”
เมื่อเห็นว่าฮิคารุนอนลงห่มผ้าเรียบร้อยแล้ว ผมก็คิดว่าผมควรจะกลับไปโรงเรียนเพื่อเอากระเป๋าเสียที ไม่รู้ว่ายูยะมันจะดูกระเป๋าให้ผมหรือเปล่า เพราะในนั้นน่ะผมเก็บรูปของเด็กดื้อคนหนึ่งเอาไว้เสียด้วย เป็นรูปที่ผมแอบถ่ายเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ถ้าเกิดหายไปล่ะก็แย่เลยล่ะครับ
“งั้นเดี๋ยวฉันมา...นายก็นอนเถอะ นอนพักเยอะๆ จะได้หายเร็วๆ”
“นายจะไปไหน”
ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่แววตาที่ฮิคารุถามผมว่าจะไปไหนนั้น มันดูเหมือนเด็กหวงของเล่นยังไงไม่รู้สิ
“ฉัน...จะไปเอาของที่โรงเรียน พอดีลืมกระเป๋าไว้”
ผมบอกเขาไปอย่างนั้นแล้วตั้งท่าจะเดินไป แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมือของฮิคารุเอื้อมมาดึงชายเสื้อของผมเอาไว้ ผมจึงหันไปมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูดออกมา
“ฉัน...ไม่อยากอยู่คนเดียว....นายอยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนได้ไหม?.....อย่างน้อยก็ก่อนที่ฉันจะหลับไป”
..................................................................
....รู้ไหม...ฉันไม่เคยทิ้งนายให้อยู่คนเดียวเลยสักครั้ง....และฉันก็จะไม่ทำแบบนั้นด้วย ถ้านายต้องการอย่างนั้น
...........แต่ถึงนายจะไม่ต้องการ ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยนายไปไหนแน่นอน...........
ผมคว้ามือของเขามาจับไว้ แล้วนั่งลงที่เดิม ผมจับมือของฮิคารุแน่น...อยากจะบอกเขาผ่านสัมผัสจากมือนี้...ว่าผมจะไม่มีวันทิ้งเขาไปไหน จะไม่มีวันทิ้งเขาให้อยู่คนเดียว ผมจะคอยดูแลเขาแบบนี้...และตลอดไป
....ผมให้สัญญา
“ฉันจะจับมือนายอยู่อย่างนี้จนนายตื่นเลย...ฮิคารุ...และฉันก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากนายเด็ดขาด ฉันสัญญา”
ฮิคารุส่งยิ้มให้กับผมและผมก็ยิ้มให้กับเขา เราต่างยิ้มให้กัน...มองตากัน...จนเวลาล่วงเลยไป เขาก็จ้องหน้าผมอย่างนั้นไม่ยอมนอน จนผมต้องเป็นฝ่ายบอกให้เขานอนเสียที แม้ว่าใจจริงแล้ว ผมก็ยังอยากจะมองหน้าเขาแบบนี้ตลอดไปเหมือนกันก็ตาม
“เป็นอะไรไป ทำไมไม่นอนล่ะ”
ฮิคารุเงียบไปอึดใจหนึ่ง ผมจึงเอื้อมมือไปลูบศีรษะเขาอย่างแผ่วเบา
“...นี่ โคตะ...นายช่วยบอกฉันทีว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้...มันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่.....ที่นายอยู่ตรงนี้.....คอยดูแลฉัน อยู่ข้างๆ ฉันในตอนนี้....มันเป็นเรื่องจริง....ฉันไม่ได้ฝันไปเองใช่ไหม....”
แน่นอน...ฉันยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง...ฮิคารุ ฉันอยู่เคียงข้างนายเสมอ ฉันจะอยู่กับนาย จากนี้และตลอดไปก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
“ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง...ฮิคารุ....ฉันอยู่ข้างนายเสมอ....และมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่สุดเลยละ...”
“ขอบคุณนะโคตะ....ขอบคุณที่อยู่ข้างฉัน”
ฮิคารุพูดพลางหลับตาลง.....นายไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกรู้มั้ย...ฉันต้องขอบคุณนายมากกว่า...ขอบคุณที่นายอยู่กับฉันตรงนี้...ขอบคุณที่นายไม่เคยทิ้งฉันไปไหนเหมือนกัน
ผมอยากจะขอบคุณโชคชะตา...หรืออะไรก็ตามแต่ ที่ทำให้ผมได้มาเจอกับยาโอโตเมะ ฮิคารุคนนี้...แม้ว่าเขาจะดื้อไปบ้าง เต่ก็นั่นล่ะที่ทำให้ผมรักเขา...
ผมนั่งมองหน้าฮิคารุ นานจนกระทั่งเขาหลับไป....ผมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วประทับริมฝีปากเข้ากับหน้าผากเล็กของเขาอย่างแผ่วเบาที่สุด จากนั้นผมก็ยิ้มออกมา
.
.
.
.
.
"....ฉันรักนายนะ...ฮิคารุ...”
เอาไว้ตอนนายตื่นขึ้นมา ฉันจะบอกกับนายต่อหน้าก็แล้วกัน...
ว่าฉันน่ะ...รักนายมากที่สุด......ฮิคารุ เด็กดื้อของฉัน...
End
จบจริงๆล้ะกับฟิคป่วงๆเรื่องนี้ (หัวเราะ) เคยคิดอยากแต่งต่ออยู่เหมือนกัน แต่คิดอีกที จบค้างๆคาๆไว้แบบนี้ให้คนอ่านไปคิดต่อเอาเอง ก็ดีเหมือนกันล่ะมั้งเนาะ (ยิ้ม)
เจอกันค่า ;D
edit @ 11 Nov 2011 19:09:52 by MaYuya
สารบัญ Ficton





#1 By Tsukime on 2010-04-01 21:43