With You [End]
posted on 31 Mar 2010 00:44 by melodii-fiction in YabuTome
Short Fiction :: With You
[ Yabu Kota X Yaotome Hikaru ]
....ปวดหัว....
ทำไมถึงปวดหัวอย่างนี้นะ
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า แล้วก็พบว่าตัวเองไม่สบายครับ...ใช่ ผมปวดหัวมาก ปวดเหมือนสมองจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แถมยังรู้สึกว่าภายในตัวผมมันร้อนๆ ชอบกล....สงสัยว่า คนแข็งแรงอย่างยาโอโตเมะ ฮิคารุจะล้มหมอนนอนเสื่อ เจ็บไข้ได้ป่วยก็วันนี้แหละครับ
ผมใช้แขนข้างหนึ่งยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ถึงกระนั้น ผมก็ล้มลงไปนอนบนเตียงเหมือนเดิมจนได้ แขนขามันไม่มีแรงเลยให้ตาย...แล้วอย่างนี้ผมจะไปโรงเรียนได้ยังไงล่ะเนี่ย
อย่าครับ...อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นเด็กรักเรียนอะไรขนาดนั้น ผมเพียงแต่...ไม่อยากให้ใครบางคนที่ชอบดูถูกว่าผมอ่อนแอ มันสมความปรารถนาก็เท่านั้นเอง
ผมเหลือบตาไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ตรงหัวเตียงก็พบว่า ตอนนี้ผมจะสายแล้ว ฉะนั้นผมจะมัวนอนอ่อนแอแบบนี้อยู่ไม่ได้แล้ว ผมจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่พยุงตัวเองขึ้นนั่ง และยืนขึ้นได้ในที่สุด ต้องไหวสิน่า...ปวดหัวแค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อย แถมโรงเรียนก็อยู่ใกล้บ้านนิดเดียวเอง แล้วทำไมผมจะไปโรงเรียนไม่ไหว ก็ผมน่ะแข็งแรงออกอย่างนี้ ไม่รู้ทำไมชอบมีคนมาดูถูก ชิ อย่างหมอนั่นน่ะผอมจะตาย แล้วมาดูถูกท่านฮิคารุผู้หุ่นดีคนนี้ได้ไง จริงมั้ยครับ
เมื่อผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ตัวผมมันก็สั่นขึ้นมา ...หนาวจัง...นี่มันเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวแล้วเหรอ...แต่ช่างเถอะ ยังไงตอนนี้ผมรีบไปโรงเรียนจะดีกว่า ใกล้จะสายเต็มทีแล้ว
“ไปก่อนนะครับ”
ผมพูดแล้วรีบวิ่งฉิวออกจากบ้านไป แต่ - - วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านนี่นา แล้วผมจะพูดไปทำไมล่ะเนี่ย เฮ้อ...
“เฮ้ย!”
ผมร้องขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งตัดหน้าผมไป แถมหนึ่งในนั้นก็วิ่งมาชนผมเสียด้วย พวกเด็กเวรนี่ จะรีบไปตายกันหรือไง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งนะจะจับมาตีให้ก้นลายเชียว
ผมค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนหลังจากที่ลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้นเพราะโดนไอ้พวกเด็กเวรนั่นชนเข้า แย่แต่เช้าเลยวันนี้ ปวดหัวก็ปวด แถมยังโดนชนอีก แล้วมันจะมีเรื่องอะไรที่แย่กว่านี้อีกมั้ยนะ
เมื่อจัดการให้ตัวเองยืนขึ้นได้แล้ว ผมจึงรีบก้าวยาวๆ ตรงไปโรงเรียนทันที....แต่ เดินไปได้แค่นิดเดียวเท่านั้น ขาผมก็เริ่มล้า...ตาเริ่มมองอะไรไม่ค่อยเห็น....อา...ทำไมถึงมีเส้นสีดำๆ ขึ้นเยอะแยะแบบนี้นะ ผมรู้สึกว่าโลกมันหมุนติ้ว....แล้วจากนั้น....ผมก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
อืม...
ที่ไหนกัน ทำไมถึงได้สบายแบบนี้นะ ?
ผมขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ....แล้วก็พบว่าตอนนี้ผมกำลังนอนอยู่บนเตียงของผมเอง...ห้องของผม...เอ๋....จำได้ว่าผมกำลังไปโรงเรียนไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมผมถึงได้กลับมานอนอยู่บนเตียงอีกครั้งหนึ่งเล่า ?
ผมรู้สึกได้ถึงความเย็นบนหน้าผากตัวเองจึงเอามือขึ้นไปหยิบมาดู...ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ นี่มาอยู่บนหัวผมได้ยังไงกัน แต่...มันก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ใครเป็นคนทำให้นะ? หรือว่าแม่จะกลับมาแล้ว แต่วันนี้แม่ไปต่างจังหวัดนี่นาไม่น่ากลับเร็วอย่างนี้ ส่วนพ่อก็ไปทำงาน....แล้วใครกันนะ? หรือว่าป้าข้างบ้าน...อืม...
ผมนอนคิดนู่นคิดนี่จนเผลอหลับไปอีกครั้ง แถมยังฝันอีกด้วย ผมฝัน...ว่ามีใครบางคนมากระซิบข้างๆ หู เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ผมฟังไม่ชัดนัก...แต่รู้สึกได้ว่าน้ำเสียงนั้นฟังดูอ่อนโยนเหลือเกิน...ผมรู้สึกถึงสัมผัสที่แผ่วเบาตรงหน้าผาก เปลือกตา แก้มทั้งสองข้าง แล้วก็...ริมฝีปาก
ทำไมความฝันมันเหมือนจริงจังเลยนะ ?
แต่บางที...ผมอาจจะแค่คิดเพ้อฝันเพราะพิษไข้ล่ะมั้ง
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่เดิม แต่เอ๊ะ...ทำไมผมถึงรู้สึกหนักๆ ที่มือข้างหนึ่งก็ไม่รู้...แล้วเมื่อผมก้มลงมองดู ผมก็ต้องตาโตขึ้นเพราะความตกใจ......หมอนั่น
ยาบุ โคตะ กำลังนอนจับมือของผมอยู่ !
“เฮ้ย! นะ...นาย มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง !”
ผมลุกขึ้นนั่งพลางชักมือออกจากมือของหมอนั่น แต่...ไม่ออกครับ มันจับมือผมแน่นมาก แถมเจ้าตัวก็ยังคงนอนอยู่อย่างนั้นไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาสักนิด
“โคตะ! นาย...ตื่นเดี๋ยวนี้นะ !”
“...อืม...ฮิคารุ...”
“ทำไม เรียกชื่อฉันทำไม !”
เงียบครับ พอผมถามแบบนี้มันเงียบเลย ไอ้บ้าเอ๊ย....ผมพยายามชักมือออกอีกครั้ง แต่ประโยคถัดมาของโคตะก็ทำให้ผมชะงักไปในทันที
“....นายอย่าเป็นอะไรไปนะ.....ฮิคารุ.....ฉัน...เป็นห่วงนาย...”
..........................
อึ้งครับงานนี้ บอกได้คำเดียวว่าผมอึ้ง
ก็ใครจะไปคิดว่า เพื่อนสมัยเด็กอย่างหมอนี่ มันจะเป็นห่วงผม...แบบนี้
ใช่ว่าผมอคติอะไรกับหมอนี่นะครับ เปล่าเลย...มีแต่หมอนี่น่ะแหละที่คอยแต่กัด กัด แล้วก็กัดผม แถมยังชอบดูถูกว่าผมน่ะอ่อนแอ ตากฝนนิดหน่อยเดี๋ยวก็ไม่สบายแล้ว ชิ ทำมาเป็นรู้ดี เมื่อวานผมก็เลยวิ่งตากฝนกลับบ้านซะเลย แล้วเป็นไงน่ะเหรอ ฮึ ผมก็มานอนซมอยู่บนเตียงนี่ไงล่ะครับ ทั้งหมดก็เป็นเพราะหมอนี่น่ะแหละ ถ้ามันไม่พูดกับผมแบบนั้น เรื่องอะไรผมจะยอมตากฝนกลับบ้านล่ะ ที่ผมไม่สบายก็เพราะมันคนเดียวเลย ฉะนั้น มันมาเฝ้าไข้ผมก็ถูกต้องแล้ว !
แต่เอ๊ะ...เฝ้าไข้....นี่หมายความว่า คนที่พาผมมานอนที่นี่ คนที่เช็ดตัวให้ เอาผ้ามาวางบนหน้าผาก คนๆ นั้นก็คือ...ยาบุ โคตะคนนี้น่ะเหรอ !
เป็นไปไม่ได้ !
“...อืม.....”
มันครางครับ โคตะทำท่างัวเงียแล้วลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วพอมันเห็นว่าผมมองมันอยู่ มันก็ทำหน้าตกใจ รีบตาลีตาเหลือกลุกขึ้นมา เอามือมาวัดไข้ที่หน้าผาก แก้ม คอ จนผมรู้สึกร้อนๆ ขึ้นมาอีกแล้ว
“เป็นอะไรรึเปล่า ไข้ลดรึยัง เอ...ไข้ก็ลดแล้วนี่นา แล้วทำไมนายถึงหน้าแดงน่ะฮิคารุ”
โคตะถามหน้าซื่อ จนผมต้องรีบผลักหน้ามันให้ออกห่างจากหน้าผมทันที ...บ้าเอ๊ย ถ้าแค่ใช้มือวัดอย่างเดียว ผมคงไม่รู้สึกอะไรอย่างนี้หรอก แต่นี่! มันเล่นใช้หน้ามันมาวัดไข้ที่หน้าผมด้วยน่ะสิ ! ไอ้บ้าโคตะ แล้วยังมีหน้ามาถามว่าทำไมหน้าแดง ทั้งหมดก็เพราะนายนั่นแหละ ยาบุ โคตะ !
“ไม่รู้! แล้วนายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาทำไม”
ผมถามโดยไม่มองหน้ามันครับ ไม่ไหว...ถ้าตอนนี้ผมมองหน้ามัน ผมคงได้ไข้ขึ้นอีกรอบแน่
“ฉัน...ก็แค่เดินผ่านมา แล้วเห็นนายเป็นลมนอนอยู่ ก็เลยพากลับบ้าน...ก็แค่นั้น”
“ขอบใจ...แต่คราวหลังไม่ต้องก็ได้”
ผมทำปากเก่งพูดแบบนั้นออกไป ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ผมก็แค่อยากจะขอบคุณโคตะก็แค่นั้นเอง แล้วทำไมผมต้องพูดไม่ตรงกับใจด้วยนะ ....ผมเหลือบไปมองหน้าโคตะ แล้วก็ได้เห็นสีหน้าไม่พอใจของหมอนั่น - - ไม่สิ ไม่ใช่แค่ไม่พอใจ มันโกรธผมเลยต่างหาก
“ทำเป็นปากเก่ง! นายน่ะนอนเป็นลมอยู่ ตัวก็ร้อนจี๋ แถมหน้าก็ซีดมาก ถ้าฉันมาช้ากว่านี้นายอาจจะเป็นอะไรไปแล้วก็ได้! รู้บ้างหรือเปล่า !”
“ฉัน...รู้แล้วน่า ก็บอกขอบใจแล้วไงเล่า แล้วนายจะขึ้นเสียงกับฉันทำไม”
“ฉันไม่ได้ต้องการคำว่าขอบใจ แต่ฉัน...อยากให้นายดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าวิ่งตากฝน แล้วทำไมไม่เชื่อกันบ้าง” โคตะพูดเป็นชุดจนผมเถียงแทบไม่ทัน
“แค่โดนฝนนิดๆ หน่อยๆ เอง ฉันไม่ตายหรอกน่า”
หมับ!
โคตะเอื้อมมือมาปิดปากผมไว้ทันทีที่ผมพูดจบ อะไรกันน่ะ แล้วทำไมนายต้องทำหน้าตกใจแบบนี้ด้วย
“อย่า...พูดแบบนั้น....นายอย่าพูดเรื่องตายได้ไหม.....ฉันไม่ชอบ”
“................”
เงียบครับ ต่างคนต่างเงียบสนิท ก็ในเมื่อมันไม่อยากฟัง ผมไม่พูดก็ได้ พอโคตะเห็นผมเงียบมันก็เลยเอามือออกจากปากผม จากนั้นหมอนั่นก็หันหลังไปหยิบแก้วมารินน้ำใส่แล้วส่งมาให้ผม
“นายคงคอแห้ง ดื่มน้ำสักหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”
“.....ขอบใจ”
ผมเอื้อมมือไปหยิบน้ำแก้วนั้นมายกดื่ม แต่...คนไม่สบายอย่างผม หยิบอะไรนิดอะไรหน่อยมือมันก็สั่นไปหมด แย่จริง...ทำไมมือผมมันไม่มีแรงเลยนะ ผมจ่อแก้วเข้ากับริมฝีปาก แต่พอจะยกดื่ม มือมันก็สั่นจนทำน้ำที่อยู่ในแก้วหกรดตัวเองจนเปียกไปหมด
“ไม่มีแรงทำไมไม่บอก มานี่มา เดี๋ยวเช็ดให้ นายน่ะอยู่นิ่งๆ ไปเลย”
ดูมันครับ มันสั่งเอาๆ ราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของชีวิตผมยังไงอย่างนั้น แล้วพอผมจะเถียง มันก็รีบชิงพูดขึ้นมาก่อน แบบไม่มีช่องว่างให้ผมเถียงได้เลยละ
“หยุดเลยนะ ไม่สบายอย่าทำปากเก่ง ฉันรู้ว่านายน่ะเก่ง แต่ไม่ใช่ตอนนี้ คนป่วยก็ต้องพักผ่อนมากๆ ยิ่งพูดเยอะก็ยิ่งใช้พลังงานเยอะ เพราะงั้นนายน่ะอยู่นิ่งๆ ไปเลย เอาไว้หายดีแล้ว นายจะเถียงอะไรฉันก็ตามใจ”
ชิ ดูมันสิครับ เหตุผลฟังแล้วขึ้น แล้วอย่างนี้ผมจะเถียงอะไรกับมันได้อีก
ผมปล่อยให้โคตะเช็ดน้ำที่หกไป โดยที่ตัวเองยอมอยู่นิ่งๆ ตามที่มันสั่ง พอเช็ดเสร็จแล้ว หมอนั่นก็หันไปรินน้ำมาใหม่ แล้วยื่นแก้วมาอีก แต่คราวนี้มันไม่ได้ยื่นให้ผมถือไปดื่มเอง แต่มันยื่นมาเพื่อป้อนผมต่างหาก ...ให้ตายเหอะ แล้วใครจะกล้าดื่ม !
“ดื่มเร็วเข้า แล้วเดี๋ยวก็นอนพักอีกสักหน่อย เอานี่ กินยาพร้อมน้ำเลยนะ เร็วๆ สิฮิคารุ นายไม่อยากหายรึไง”
ผมส่ายหน้า เบี่ยงหน้า ทำยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องดื่มจากมือหมอนั่น แล้วพอผมบอกว่าจะดื่มเอง มันก็ขู่ผมอีก
“มือนายสั่นแบบนี้จะดื่มเองได้ยังไง เดี๋ยวก็หกรดตัวเองอีก”
“ฉันดื่มเองได้!”
“ก็บอกแล้วว่าอย่าเถียง...ถ้างั้น ฉันมีทางเลือกให้นายสองทาง...หนึ่ง ฉันป้อนน้ำนายด้วยมือ สอง...ฉันจะป้อนนายด้วยปาก ว่าไง จะเลือกทางไหน”
...ปะ...ปาก ปากอย่างนั้นเหรอ....ไอ้...ไอ้บ้าโคตะ ทะลึ่งลามกที่สุด!
ผมได้แต่พูดขมุบขมิบด่ามันเบาๆ แล้วพอมันมองจ้องมา ผมก็เลยเลิกด่ามัน(ก็ได้)
“มองทำไม เร็วๆ สิ นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้กินยาแล้วนอนน่ะ”
ผมหมายถึงให้มันยื่นแก้วน้ำนั่นมาเร็วๆ ผมจะได้ดื่มพร้อมกับกินยา แล้วก็จะได้นอนเสียที แต่โคตะกลับทำหน้าเจ้าเล่ห์ แล้วมองมาที่ริมฝีปากผมอย่างมีความหมาย
“ตกลงเลือกข้อสองใช่มั้ย ได้”
มันค่อยๆ โน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมเพื่อที่จะ ‘ป้อน’ น้ำจาก...ปาก ทำเอาผมรีบเอามือยันหน้ามันออกไปแทบไม่ทัน
“ไอ้...ไอ้บ้า! เอาข้อหนึ่งเว้ย ขืนทำอย่างนี้อีกมีโกรธแน่”
โคตะหัวเราะขำก่อนที่จะยื่นแก้วที่มีน้ำอยู่เต็มมาจนชิดริมฝีปากผม ผมเลยจิบไปนิดหนึ่งแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองมันด้วยสายตาที่พยายามจะอ้อนวอนสุดฤทธิ์
“นี่...ไม่ต้องกินยาก็ได้มั้ง...”
“มะ...ไม่ได้ นายต้องกินนะฮิคารุ ไม่อย่างนั้นนายจะไม่หาย”
ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าใบหน้าของโคตะตอนนี้มันดูแดงขึ้นจากเดิม
“นะ...นะโคตะ...ฉันไม่อยากกินยาอ่า...”
“ยังไงก็ต้องกิน...จะกินเองดีๆ หรือว่าจะให้ฉันป้อนด้วยปากล่ะหื้อ?”
จบครับ จบ...ผมเลยรีบกรอกยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามทันที โคตะหัวเราะเล็กน้อยแล้วเก็บแก้วนั้นไปไว้ที่เดิม จากนั้นก็เดินมาลูบหัวผมเบาๆ
“นอนได้แล้ว นี่เพิ่งจะเที่ยงเอง เดี๋ยวบ่ายๆ จะปลุกขึ้นมาให้กินข้าว ยังไม่หิวใช่ไหม”
ผมส่ายหน้าสองที
“งั้นก็ดีแล้ว นอนซะนะ”
ผมนอนลงตามที่โคตะบอก หมอนั่นก็ยืนมองผมยิ้มๆ
“งั้นเดี๋ยวฉันมา...นายก็นอนเถอะ นอนพักเยอะๆ จะได้หายเร็วๆ”
“นายจะไปไหน”
“ฉัน...จะไปเอาของที่โรงเรียน พอดีลืมกระเป๋าไว้”
ผมนึกสงสัยว่าโคตะลืมกระเป๋าไว้ที่โรงเรียนได้ยังไง ทั้งๆ ที่มันเป็นคนบอกผมเองว่าผ่านมาแถวนี้เลยเจอผมเป็นลมอยู่ งั้นแสดงว่าหมอนี่ไปโรงเรียนมาแล้วแต่ออกมาจากโรงเรียนเพื่อเดินมาแถวนี้ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เอากระเป๋ามาน่ะเหรอ....ไม่เข้าใจแฮะ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมไม่ได้อยากจะรู้เรื่องนี้นักหรอก ตอนนี้...ผมก็แค่ไม่อยากอยู่คนเดียว
เร็วเท่าความคิด มือผมข้างหนึ่งเอื้อมไปดึงชายเสื้อของโคตะไว้ เป็นเหตุให้หมอนั่นหันหน้ามามองอย่างแปลกใจ
“ฉัน...ไม่อยากอยู่คนเดียว....นายอยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนได้ไหม?.....อย่างน้อยก็ก่อนที่ฉันจะหลับไป”
โคตะยืนเงียบอยู่อึดใจหนึ่ง จนผมกำลังจะชักมือกลับแล้วล่ะครับ แต่ทว่า...หมอนั่นกลับคว้ามือข้างที่ผมดึงชายเสื้อไว้อยู่ แล้วมานั่งลงข้างเตียงพร้อมกับกุมมือของผมเอาไว้
“ฉันจะจับมือนายอยู่อย่างนี้จนนายตื่นเลย...ฮิคารุ...และฉันก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากนายเด็ดขาด ฉันสัญญา”
ผมยิ้มรับกับคำพูดประโยคนั้นของโคตะ...ไม่รู้ทำไม แต่ผมรู้สึกอบอุ่นมาก...อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่โคตะพูดกับผม หรือ...อาจจะเป็นเพราะ สัมผัสจากมือนั้น...ที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นจนถึงหัวใจ...
รู้อะไรไหมครับ...ผมอยากจะนอนมองหน้าโคตะอยู่แบบนี้ ผมไม่อยากหลับตาลงเลย....เพราะถ้าผมหลับตาลงไป ผมอาจจะตื่นขึ้นมาโดยที่ต้องมารับรู้ว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้....ที่ยาบุ โคตะคนนี้มาเฝ้าไข้ผม มาคอยดูแลผม....มันเป็นแค่เพียงความฝันเท่านั้น
“เป็นอะไรไป ทำไมไม่นอนล่ะ”
โคตะถามผมเสียงนุ่ม พลางเอามือมาลูบศีรษะผมอย่างแผ่วเบา
“...นี่ โคตะ...นายช่วยบอกฉันทีว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้...มันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่.....ที่นายอยู่ตรงนี้.....คอยดูแลฉัน อยู่ข้างๆ ฉันในตอนนี้....มันเป็นเรื่องจริง....ฉันไม่ได้ฝันไปเองใช่ไหม....”
พอฟังที่ผมถาม โคตะก็ยิ้ม...ยิ้มให้กับผมอย่างอ่อนโยน
“ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง...ฮิคารุ....ฉันอยู่ข้างนายเสมอ....และมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่สุดเลยละ...”
ผมฟังประโยคนี้ที่โคตะพูดแล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่เปลือกตาของผมจะค่อยๆ ปิดสนิทลงทั้งสองข้าง
“ขอบคุณนะโคตะ....ขอบคุณที่อยู่ข้างฉัน”
ขอบคุณนายจริงๆ โคตะ ที่ไม่ทิ้งฉันไป......ขอบคุณ ที่นายคอยดูแลฉันเสมอ...
ฉันรู้ว่าที่นายพูด...นายเตือน ก็เพราะนายเป็นห่วง.....ขอบคุณจริงๆ นะ ยาบุ โคตะ
ฉันก็เป็นห่วงนายเหมือนกัน...เอาไว้ ถ้าฉันตื่นขึ้นมาแล้ว....ฉันจะบอกกับนายนะ...
....ว่าฉันน่ะ......
.....ฉัน......
.............................
.......................................................
ฉันก็จะไม่ปล่อยมือจากนายเหมือนกัน......
......ฉันสัญญา......
End
ขึ้นว่า end แต่ยังไม่จบจริงค่า ฮ่าๆ ไปอ่านต่อภาคความคิดของยาบุ โคตะกันเถอะ~!
แล้วก็ ขอบคุณเพลง วันที่ฉันป่วย ของ Armchair ด้วย~ ที่เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งฟิคเรื่องนี้ ;D
แค่อยากตื่น และฟื้นขึ้นมองเธอได้
และอยากให้อยู่ใกล้ใกล้
ในฝันนั้นมีดวงดาว ที่อยู่ไม่ห่างจากฉัน
ดวงดาว ที่ระยิบพราวและวาววาม
คงจะไม่งามดั่งดวงตาดวงที่จ้องมาดั่งตาคู่นั้น
คนดี คนที่ฉันมีอยู่เคียงกาย
ทำให้หัวใจหวั่นไหวไปทุกอย่างกับเธอ
ไม่มีใครที่ล้ำค่า ไม่มีใครสำคัญกว่า
คนที่คอยห่วงหา คอยห่วงใยทุกลมหายใจ
ก่อนหลับตาลงในคืนที่อ่อนล้า
ตื่นมามีเธอไม่ห่างหาย
อยู่ข้างเคียงกายตลอดมา
พบความรักที่ล้ำค่า ความใส่ใจที่เกินกว่า
ไม่อาจจะเสาะหา คำขอบคุณได้ดังตั้งใจ
ก่อนหลับตาลงในวันที่อ่อนล้า จดจำแววตาที่สดใส
คอยห่วงใยอยู่ข้างข้างกัน
เพียงแค่เรานั้นตื่น
สารบัญ Ficton



