my SHORT story

posted on 23 Mar 2010 02:52 by melodii-fiction  in YamaJima

 

[Short Fiction] my SHORT story

Yamada Ryosuke X Nakajima Yuto

 

 

คุณว่า ความสูง เป็นอุปสรรคกับความรักไหม ?


.
.

.

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง

 

"ยามะจัง กลับบ้านกันเถอะ"

"อื้ม เก็บของแป๊บนะ"

 

ยูโตะพยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มให้กับอีกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์การเรียนที่กระจัดกระจายบนโต๊ะเข้ากระเป๋าให้เรียบร้อย...มันก็เป็นอย่างเช่นทุกวันที่พอเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น เขาก็จะรีบเก็บของและวิ่งแจ้นมายังห้องเรียนที่อยู่ติดกันอย่างรวดเร็วเพื่อชวนยามะจังกลับบ้านด้วยกัน

และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ ภาพที่เด็กหนุ่มตัวสูงที่มีรอยยิ้มน่ารักโผล่มาที่ห้องเรียนนี้เพื่อมารับเด็กหนุ่มมาดเท่กลับบ้านดูเหมือนจะเป็นภาพที่ทุกคนในห้องนี้ชินตาไปเสียแล้ว

 

"ไปกันเถอะ" เรียวสุเกะพูดขึ้นเมื่อเก็บของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ยูโตะพยักหน้าแล้วยิ้มอีกครั้ง

"อื้ม กลับก่อนนะทุกคน" ไม่ลืมหันไปยิ้มเผื่อแผ่คนอื่นในห้อง จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปด้วยกัน แต่ยังไม่ทันพ้นเขตห้องเรียนดี เสียงแซวของใครบางคนในห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน

"วู้วว คู่รักเตี้ยสูงกลับแล้วเหรอวันนี้ สวีทหวานกันจังน้า~~~"

"เฮ้ย ไอ้ทาเคชิ ทำไมไปเรียกเค้าแบบนั้นล่ะ เดี๋ยวก็โดนยามาดะตั๊นหน้าเข้าให้หรอก" เพื่อนผู้หวังดีพยายามเตือน แต่ก็ไม่ได้ผล

"ทำไม? ทำไมจะเรียกไม่ได้ ก็มันเป็นความจริงนี่หว่า...ถามจริงเหอะยามาดะ ตอนคุยกับนาคาจิม่านี่ ไม่เมื่อยคอเหรอวะ ฮ่าๆๆๆๆๆ"

 

"นี่ อย่ามาพูดพล่อยๆ แบบนี้นะ"

ยูโตะพูดด้วยอารมณ์โกรธแทนแฟนตัวเอง ผิดกับอีกคนที่ยังยืนนิ่งไม่ตอบโต้ใดๆ

"ทำไม มันเป็นความจริงไม่ใช่หรือไง ทำไมฉันจะพูดไม่ได้? จริงมั้ยล่ะยามะดะ ฮะฮ่าๆๆๆๆ"

"นี่นาย มันจะมากไปแล----"

 

ตึง!!

 

"เก็บปากนายไว้ให้ดีเถอะ ก่อนที่มันจะเบี้ยวแล้วพูดไม่ได้อีก... ยูโตะ กลับ"

"อ๊ะ ยามะจัง รอด้วยสิ"

ร่างบางรีบวิ่งตามคนรักไป จนคนทั้งคู่หายลับตาไปในที่สุด และเมื่อทั้งคู่เดินจากไปแล้ว ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะหนึ่ง

และก็เป็นเพื่อนผู้หวังดีนั่นเองที่พูดทำลายความเงียบขึ้นมา

"ทาเคชิ แกวอนแล้วมั้ยล่ะ ดูนั่นซะก่อน"

"อยู่ดีไม่ว่าดี ไปพูดจี้จุดอ่อนยามาดะมันอย่างนั้น แกได้ตายไม่ดีแน่"

"ทำใจซะเถอะ ปากแกได้เป็นอย่างโต๊ะตัวนั้นแน่"

 

สายตาของเพื่อนในห้องต่างมองตรงไปยังโต๊ะเรียนตัวหนึ่งที่กลายเป็นแพะรับบาป โดนทุบจนบุบลงไปเป็นวงกว้างด้วยความหวั่นเกรง

ยามาดะ เรียวสุเกะ ... แม้จะถูกเลื่องลือในด้านความหล่อเท่สุดๆ แล้ว

เรื่องความโหดของพละกำลัง ก็ไม่เป็นสองรองใครอีกด้วย...

 

เพราะเหตุนี้เอง พวกนักเรียนหญิงที่แม้จะปลื้มมากมายเท่าไหนจึงไม่กล้าเข้าใกล้ ยามาดะ เรียวสุเกะ

หรือแม้แต่นักเรียนชายด้วยกันยังไม่ค่อยมีใครกล้ายุ่งเกี่ยวสักเท่าไหร่นัก

เห็นจะมีก็แต่ นาคาจิม่า ยูโตะ ผู้ได้ตำแหน่งเจ้าหญิงยิ้มสวยที่สุดในโรงเรียนเท่านั้นล่ะ ที่กล้ายุ่ง กล้าคุย และกล้าคบอย่างเปิดเผย

 

"ไงทาเคชิ เงียบเลย หมดฤทธิ์แล้วสิท่า" เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเห็นคนเริ่มเรื่องเงียบไปนาน

"...ฉันก็แค่แซวเล่น ทำไมต้องทำท่าจริงจังขนาดนั้น"

"ก็นั่นมันจุดอ่อนของยามาดะนี่วะ แกเล่นไปแซวจุดอ่อนเป็นใครก็ขึ้นทั้งนั้นแหละ"

 

เด็กชายที่ถูกเรียกว่าทาเคชิเงียบไปอีกสักพักก่อนจะพูดออกมา

"...ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วอย่างนี้มาคบกันได้ยังไง...."

 

.

.

 

.


"ยามะจัง รอด้วยสิ"

ร่างบางพยายามเร่งฝีเท้าจนกลายเป็นวิ่งเมื่อคนที่เดินนำหน้าเอาแต่เดินไม่หยุด เขารู้ดีว่ายามะจังกำลังโกรธ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เรื่องความสูงก็เป็นเรื่องเดียวที่ไม่ว่าใครก็พูดให้ได้ยินไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นแล้ว...

 

"ยูโตะกลับไปก่อนเถอะ ไม่ต้องตาม"

 

.....ก็จะมาพาลเอากับเขาอย่างที่เป็นอยู่นี้น่ะสิ -_-

"เชอะ กลับก็ได้ อยากเดินไปไหนก็ไปเลย ไม่ตามแล้ว เบื่อคนขี้พาลขี้งอนไม่เข้าเรื่อง"

นาคาจิม่า ยูโตะพูดเสียงดังใส่คนที่เดินอยู่ข้างหน้าด้วยอารมณ์กรุ่นๆ เขาไม่ได้โกรธยามะจังหรอกนะ แต่ยามะจังเริ่มพาลก่อนเองหนิ

รู้อยู่หรอกว่าไม่ชอบให้ใครมาแหย่มาแซวเรื่องความสูง แต่ยูโตะผิดรึไง ห้ามคนแซวได้ก็ห้ามไปแล้ว ยังจะมาเดินหนีเขาอีก อยากไปไหนก็ไปเลย เบื่อจะตามแล้วเหมือนกันแหละ ชิ

คิดแล้วร่างบางก็หยุดฝีเท้าที่กำลังวิ่งไล่ตามใครอีกคน แล้วหมุนตัวเดินกลับไปทางที่เดินมาแทน...กลับบ้านไปทำการบ้านแล้วนอนแล้ว ไม่ยุ่งกับยามะจังแล้ว

 

ยามาดะ เรียวสุเกะหยุดชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อได้ยินคนรักพูดแบบนั้น พอหันไปมองก็เห็นว่าคนตัวบางเดินหนีไปอีกทางอย่างที่พูดจริงๆ

อยากจะตามอยู่หรอก แต่ตอนนี้...เขายังไม่อยากเดินข้างๆ ยูโตะเลยสิให้ตาย...

 

"ทำไมเป็นยังงี้ได้วะ บ้าชิบ!"

 

เพราะไอ้บ้าทาเคชิอะไรนั่นแท้ๆ เชียว...กล้ามาพูดแซวเขาเรื่องความสูงซะได้ อารมณ์ดีๆ เลยหายหมด
ว่าจะชวนคนตัวบางไปร้านพาร์เฟ่ต์ที่เปิดใหม่แท้ๆ เชียว...

ไอ้บ้านั่น....เตรียมตัวตายไว้ได้เลย!

 

 

"แล้วไง?....แกโกรธไอ้บ้านั่นก็ไปตั๊นหน้ามันสิ แล้วมาทำไมที่ห้องฉัน!?"

ร่างสูงเจ้าของห้องชุดกลางใจเมืองทำหน้าเซ็งสุดขีดเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดของน้องชายตัวเอง ปากก็บอกว่าโกรธไอ้หมอนั่นที่มาแซวเรื่องความสูง แล้วมันมาทำอะไรที่ห้องตูฟะ!!??

"ก็มาระบายให้ฟังไง ผมรู้ว่าพี่ว่าง"

"คำตอบกวนส้นเท้าแบบนี้ อยากจะกินส้นเท้าพี่ชายสุดหล่อใช่มั้ยไอ้น้องรัก"

"ไหนครับพี่ชายสุดหล่อคนนั้น ผมเห็นแต่พี่ชายหัวฟูยืนแยกเขี้ยวใส่อยู่คนเดียวเนี่ย"

"ไอ้...! ตอบอย่างนี้ช่างกล้านะ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยไป ชิ่ว!!"

 

ยามาดะ เรียวสุเกะหัวเราะออกมานิดหนึ่งเมื่อเห็นท่าทางของพี่ชายตัวเองในตอนนี้ แต่พอคิดถึงเรื่องที่โดนแซววันนี้ เสียงหัวเราะก็หายไปอย่างรวดเร็ว

"พี่....ผมเตี้ยมากเลยเหรอ"

"เออ เตี้ยมาก เตี้ยโคตร โคตรเตี้ย พอใจมะ"

"โห นี่คือคำพูดที่ให้กำลังใจที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลยนะเนี่ย ขอบคุณมากครับ"

เรียวสุเกะพูดประชดใส่ ก่อนจะนั่งกอดเข่าด้วยความเศร้า

 

"เฮ้ย อะไร โกรธเหรอ" ผู้เป็นพี่ชายพูดขึ้นมาเมื่อเห็นน้องชายตัวเองเงียบไป

"........."

"อย่ามาทำงอนใส่ ตัวก็โตเท่าควายงี้แล้ว ฉันไม่ง้อแกหรอก ไปให้แฟนแกง้อนู่นไป"

"....ยูโตะเค้าไม่สนผมหรอก เค้าสูงซะขนาดนั้น แต่ผมมันเตี้ย เตี้ย เตี้ย"

"เอ้า ไปพาลเค้าอีก งั้นก็นั่งจมอยู่กับความเตี้ยของตัวเองไปเหอะ ฉันมีงานการต้องทำ ไม่มีเวลามารับฟังแกบ่นว่าเตี้ยหรอกนะ"

"....ไปไหนก็ไปเถอะครับ บาย"

"ไอ้นี่มัน....เฮ้อ....ฉันจะทำยังไงกับแกดีนะ" ยูยะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเซ็งที่เห็นน้องชายตัวเองเป็นแบบนี้ "นี่ เรียวสุเกะ แกรู้มั้ย...คนเราจะรักจะชอบกัน เค้าไม่ได้ดูกันที่ความสูงหรอกนะ....ทุกอย่างมันอยู่ตรงนี้นี่" ร่างสูงยกมือขึ้นมาทุบอกซ้ายตัวเองไม่แรงนัก

 

"จำไว้ ถ้ารักกันแล้วก็ไม่ต้องแคร์เรื่องหน้าตา ผิวพรรณ ความสูงอะไรเทือกนั้นหรอก แต่ใช้ใจรักกันก็พอแล้ว จะไปแคร์อะไรกับสายตาคนนอก คนนอกก็คือคนนอก จะมารู้เรื่องของแกกับแฟนดีกว่าได้ยังไง....แล้วแฟนแกเคยพูดซักคำไหมว่าแกเตี้ยน่าเกลียด ไม่อยากเดินด้วยน่ะ....ถ้าไม่เคยก็จบ กลับบ้านไปหาแฟนไป หรือจะนั่งจมอยู่กับความเตี้ยของตัวเองแบบนั้นต่อก็ตามใจ เลือกเอง โตแล้ว คิดเองเป็น ฉันจะไปทำงานแล้ว ถ้าจะกลับก็รีบๆ ออกไปก่อนฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ไม่งั้นก็นั่งอยู่นี่จนเช้าไปเลย"

 

คนหล่อพูดใส่เป็นชุด ก่อนจะหยุดมองผู้เป็นน้องชายสักพักแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อย พอเดินออกมาไอ้น้องชายตัวดีก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

ไม่สิ...มีร่องรอยเหลือทิ้งไว้เป็นกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่น ซึ่งพออ่านแล้วอยากจะหาอะไรไปเขวี้ยงใส่ไอ้คนเขียนให้มันเตี้ยจมดินไม่ต้องผุดขึ้นมาเหนือพื้นดินอีกเชียว

 

ผมก็เพิ่งเคยได้ยินพี่พูดอะไรมีสาระแบบนี้ครั้งแรกในชีวิต...ไม่น่าเชื่อว่าคนไร้สาระอย่างพี่จะพูดได้ดีแบบนี้ เป็นบุญหูของผมจริงๆ

.......ไงก็ขอบคุณครับ

 

"เออ เป็นบุญหูของแกมาก ไอ้เตี้ยเอ๊ย..."

ยูยะพึมพำกับตัวเองแล้วหัวเราะหึออกมา

 

....เพราะต่อจากนี้แกจะไม่มีหูไว้ได้ฟังคำพูดปรัชญาของฉันอีกแล้ว ฉันจะไปตัดหูแกทิ้งเดี๋ยวนี้ล่ะ ไอ้น้องเลว!!!

 

 


"ฮัดชิ้ว!! ใครนินทาเนี่ย.."

เรียวสุเกะพูดบ่นกับตัวเองเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก...หลังจากที่เขาออกจากห้องชุดสุดหรูของพี่ชายตัวเองแล้ว ก็มายืนทำใจอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งอยู่นานสองนาน...จนในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่รออยู่ !

"อ้าว เรียวสุเกะคุง มาหายูโตะหรือจ๊ะ"

"เอ่อ...ครับ ยูโตะอยู่บ้านไหมครับ"

"อยู่สิจ๊ะ กลับมาก็รีบขึ้นห้องล็อคกลอนเลย แม่เรียกก็ไม่ยอมตอบ...นี่ทะเลาะอะไรกันมาหรือเปล่าลูก"

คำถามของคุณนายนาคาจิม่าทำให้เด็กหนุ่มอึกอักเล็กน้อย "เอ่อ...ผมผิดเองล่ะครับ ผมขอ...ขึ้นไปหายูโตะได้ไหมฮะ"

"ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะไปจ่ายตลาดพอดี ฝากยูโตะด้วยนะจ๊ะ คุยกันดีๆ นะลูก ยูโตะก็ขี้งอนแบบนี้แหละ ง้อนิดเดียวก็หายแล้ว"

 เรียวสุเกะยิ้มรับกับคำแนะนำของคุณแม่ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองไป มุ่งตรงไปยังประตูห้องนอนของใครบางคน...

 

.
.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ร่างบางที่นอนตะแคงอยู่บนเตียงขยับตัวเล็กน้อย ยูโตะเบนสายตาไปยังประตูห้องชั่วขณะหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับมาสนใจการ์ตูนเล่มบางในมือที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่จบเสียที

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เจ้าของห้องเริ่มแปลกใจจนเผลอขมวดคิ้วออกมา.....ใครมาเคาะประตูห้องเขากัน? เพราะถ้าเป็นแม่ พอเห็นเขาไม่ตอบแบบนี้ก็คงเลิกเคาะไปแล้ว

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นติดกันเป็นครั้งที่สาม คราวนี้ทำให้ยูโตะลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับวางการ์ตูนเล่มที่อยู่ในมือลง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ประตูห้องอย่างช้าๆ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดหรือถามอะไรออกไปอย่างที่ใจคิด เสียงของใครบางคนข้างนอกนั่นก็ดังขึ้นมาเสียก่อน....ซึ่งเป็นเสียงที่...ทำให้ยูโตะหยุดชะงักทันที

 

"ยูโตะ...เปิดประตูหน่อยได้ไหม"

เสียงคุ้นเคยที่ได้ยินทำให้ยูโตะเผลอยิ้มออกมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังงอนเจ้าของเสียงนี้อยู่ ร่างบางก็รีบหุบยิ้มลงทันใด

 

"ยูโตะ...เรื่องเมื่อเย็นฉันขอโทษ ฉันผิดเองที่พาลใส่ยูโตะแบบนั้น เพราะฉะนั้น...เปิดประตูหน่อยเถอะนะ"

เสียงง้องอนเว้าวอนที่ได้ยินทำเอายูโตะใจอ่อน แทบจะทำตามที่อีกคนขอในทันที ทว่า สิ่งที่คิดไว้ในใจก็ทำให้ร่างบางพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่เปิดประตูให้อีกคนเข้ามา.....ก็ถ้า...เขายอมเปิดให้ง่ายๆ เดี๋ยวพอเกิดเรื่องแบบนี้อีก ยามะจังก็มาพาลเอากับเขาอีกอยู่ดีนั่นแหละ

เพราะฉะนั้น เขาต้องทำใจแข็งไว้บ้าง ยามะจังจะได้รู้ว่าจะง้อยูโตะคนนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอก !

 

"ยูโตะ...จะไม่ยอมเปิดประตูให้จริงๆ น่ะเหรอ..."

".........." ใจแข็งไว้ยูโตะ! ถ้าเปิดแสดงว่านายแพ้ แล้วมันก็จะมีคราวหน้าอีกเรื่อยๆ เพราะงั้นนายต้องใจแข็งเข้าไว้นะ!

"ยูโตะ..."

คนตัวบางได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ ของยามะจังที่อยู่นอกประตูบานนี้......นี่เขาทำเกินไปหรือเปล่านะ ยามะจังก็มาง้อขนาดนี้แล้ว ถ้าเปิดประตูให้คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง...

มือบางกำลังจะเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูเพื่อให้อีกคนเข้ามา ทว่า คนที่อยู่ข้างนอกกลับพูดประโยคหนึ่งออกมาที่ทำให้เจ้าของมือหยุดชะงักทันที

 

"ไม่เปิดประตูก็ได้ ถ้างั้นฟังผ่านประตูแบบนี้ก็ได้.....ฉันก็แค่อยากจะบอกว่า ที่ฉันพาล ฉันโมโหที่ถูกแซวเรื่องความสูง ก็เพราะฉันกลัว...กลัวว่ายูโตะจะรังเกียจฉันรึเปล่าที่ฉันเตี้ยกว่า ฉันรู้สึกแย่ที่มันเป็นแบบนี้ ฉันอยากสูงกว่านี้เพื่อเวลาเราเดินข้างกันจะได้ดูเหมาะสมกัน แต่ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะงั้นฉันเลยโมโหตัวเอง โกรธตัวเอง จนทำให้ไปพาลลงกับยูโตะด้วย....ขอโทษนะ....ขอโท....."

ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี ประตูที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับร่างๆ หนึ่งที่โผกอดเขาไว้ทั้งตัว ด้วยแรงที่ถูกโถมเข้าใส่ทำให้เรียวสุเกะทรงตัวไม่อยู่ จนสุดท้ายคนทั้งคู่ก็ล้มลงไปกับพื้นด้วยกัน

"อ๊ะ ยามะจังเจ็บตรงไหนไหม ขอโทษนะ เราจะรีบลุกเดี๋ยวนี้แหละ"
ยูโตะที่ตอนนี้นั่งคร่อมร่างของอีกคนอยู่รีบยันตัวลุกขึ้นทันที ทว่า มือของยามะจังก็ฉุดเขาให้ล้มลงไปอีกรอบ

"ไม่ต้องลุกหรอก ฉันไม่เจ็บอะไร ยูโตะล่ะเจ็บตรงไหนไหม"

คนตัวบางส่ายหน้าไปมาเป็นคำตอบ พร้อมกับเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขากับอีกฝ่ายอยู่ชิดกันเกินไป จนเหลือแค่ลมหายใจเท่านั้นที่กั้นกลาง

 

"นี่..ยามะจัง....ขอโทษนะ..."

เรียวสุเกะส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมกับยื่นมือไปประคองใบหน้ายูโตะให้หันมามองหน้ากัน "ยูโตะไม่ได้ผิดอะไรซะหน่อย จะขอโทษทำไม"

"ผิดสิ ก็เรา...เรางอนอะไรไม่เข้าเรื่อง ยามะจังมาง้อแล้วก็ยังไม่ยอมเปิดประตูให้อีก เรานี่แย่มากเลย ขอโทษนะ...ขอโทษจริ...."

จุ๊บ~

"ย...ยามะจัง" ยูโตะเบิกตาโตด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ คนรักก็ยื่นหน้ามาใกล้แล้ว...จูบปากเขาซะงั้น O////O

"ไม่ต้องขอโทษแล้ว ถ้าพูดอีกจะทำแบบเมื่อกี้อีกนะ"

"บ-บ้า.....ไม่พูดแล้วก็ได้ ยามะจังทะลึ่ง"

"อ้าว ไม่พูดอีกจริงเหรอ งั้นขอแบบเมื่อกี้อีกทีนะ"

"อื้ออ ยามะจังคนบ้า ไม่เอาด้วยหรอก" ยูโตะหันหน้าหนีจนทำให้ริมฝีปากของเรียวสุเกะมาโดนแก้มใสแทน เป็นเหตุให้แก้มขาวๆนั้นระเรื่อไปด้วยสีแดงดั่งลูกมะเขือเทศสุกปลั่งน่าลิ้มลอง

 

"ยามะจังบ้า ไม่เอาแล้ว กลับบ้านได้แล้วไป" คนตัวบางขยับหนีพลางยันตัวจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกอีกคนฉุดให้นั่งลงมาอีกครั้ง

"อย่าเพิ่งสิ...ฉันมีอะไรจะบอกยูโตะอีกอย่างหนึ่ง.......รู้มั้ยว่ามีอีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันอยากตัวสูงกว่านี้...อยากสูงให้มากกว่ายูโตะ"

"หืม?....อะไรเหรอ" ร่างบางเอียงคอทำหน้าอยากรู้ ไม่ทันได้สังเกตว่าคนพูดแอบยิ้มมุมปากกับตัวเองเล็กน้อย

"ก็เพราะ...." เรียวสุเกะเว้นประโยคไว้แค่นั้นแล้วยันตัวเองให้นั่งสูงขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าไปหาอีกคนช้าๆ...จนเหลือระยะห่างไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรระหว่างกันแล้วจึงเอ่ยประโยคต่อจากนั้นออกมา

"....เพราะฉันจะได้ทำแบบนี้ได้ไง"

"อ๊ะ...อื้มมม..."

 

ริมฝีปากของเรียวสุเกะตรงเข้าครอบครองปากบางของใครอีกคนไว้อย่างช้าๆ และนุ่มนวล เหมือนกับมาชแมลโลนุ่มๆ ที่ทั้งหวานทั้งกลมกล่อม รสจูบของเรียวสุเกะทำให้ยูโตะเคลิบเคลิ้มไป เหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศที่อบอุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรักที่น่าหลงใหล

ทั้งคู่ใช้ริมฝีปากสื่อสารกันด้วยความรักและความคิดถึงอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นเรียวสุเกะก็ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างติดจะเสียดายเล็กน้อย

"ยะ...ยามะจัง....บ้าที่สุดเลย.....นี่น่ะเหรอเหตุผลอะไรนั่น ไม่เห็นจะเกี่ยวกันสักนิด มั่วนิ่ม"

"ไม่ได้มั่วซะหน่อย นี่ล่ะเหตุผลหลักเลยล่ะรู้มั้ย" พอเห็นยูโตะส่งสายตาค้อนเข้าให้แล้วเรียวสุเกะก็รีบอธิบายเพิ่มทันที "ก็ถ้าฉันสูงกว่ายูโตะ เวลาเรายืนด้วยกัน ฉันจะได้ก้มลงจูบยูโตะเหมือนอย่างที่ทำเมื่อกี้ได้ไง"

"บ้า คนทะลึ่ง ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรเลย"

"เกี่ยวสิ นี่รู้มั้ย...เขย่งเท้าจูบกับก้มลงจูบน่ะ มันต่างกันมากเลยนะ แล้วเวลาฉันจะจูบยูโตะก่อนก็ยากมากด้วย ต้องเขย่งให้ถึงเนี่ย....ยูโตะก็ไม่เคยก้มลงจูบฉันก่อนเลยด้วย..."

"น-นี่ ยามะจัง พูดอะไรน่ะ" ร่างบางหันซ้ายหันขวาด้วยความกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า ใบหน้ากลายเป็นสีแดงอีกครั้ง

"ไม่มีใครอยู่หรอก คุณน้าไปตลาดแล้ว..." แล้วถ้าจะมีใครเห็นก็คงจะเห็นตั้งแต่ฉากจูบเมื่อกี้นี้แล้วล่ะ

"ถะ-ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยามะจังพูดอะไรก็ไม่รู้ พอแล้ว กลับบ้านไปเลยไป"

"เอ้า มาไล่กันซะงั้น ฉันไม่ได้พูดอะไรผิดสักหน่อย ก็ฉันอยากจูบยูโตะ แต่ฉันเตี้ยกว่าแล้วมันจูบยากนี่นา ยูโตะก็ไม่เคยจูบฉันก่อนเลยด้วย....บางทีฉันก็น้อยใจนะ"

"บ้า...บ้าสิ....น้อยใจทำไม ก็เรา....เขินนี่นา..."

"ไม่จริงหรอก ยูโตะไม่รักฉันแล้วใช่มั้ย เพราะฉันมันเตี้ย ไม่เท่ ไม่สูงเหมือนคนอื่น เลยไม่ยอมจูบฉันก่อนใช่มั้ยล่ะ..."

เรียวสุเกะพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ จนทำให้ยูโตะเริ่มใจไม่ดี กลัวว่าแฟนตัวเองจะคิดว่าเขาไม่รักจริงๆ

"ถ้างั้น....ดะ-เดี๋ยวเราเป็นฝ่ายจูบก่อนก็ได้ ยามะจังจะได้เลิกคิดว่าเราไม่รักยามะจังซะที"

"จริงเหรอ....ไม่ได้ล้อเล่นนะ"

"จริงสิ เรื่องยังงี้เค้าไม่พูดล้อเล่นกันหรอก เชื่อรึยังล่ะ"

สิ่งที่ได้ยินทำให้เรียวสุเกะแอบลอบยิ้มกับตัวเอง แต่ก็รีบปั้นหน้านิ่งเมื่ออีกคนมองมา

"ยังไม่เชื่อ ต้องพิสูจน์ให้เห็นก่อน"

 

สิ้นประโยคนั้น เรียวสุเกะก็ฉุดแขนบางให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน....แต่ให้ตายเถอะ....นี่ยูโตะสูงขึ้นมามากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย หรือที่จริงเป็นเขาเองที่เตี้ยลงกันแน่ -_-"

"พะ..พิสูจน์เหรอ..."

ร่างบางมองคนที่เตี้ยกว่าอย่างหวั่นๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าพูดประโยคนั้นออกไปเลย....แต่มาคิดได้ตอนนี้ดูจะสายไปเสียแล้วสินะ

"อื้ม...พิสูจน์ให้เห็นไงว่ายูโตะจะทำอย่างที่พูด....นะ หรือว่ายูโตะแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่รักฉันแล้วจริงๆ ใช่ไหมล่ะ"

"ปะ...เปล่าซะหน่อย ทำก็ได้ เราพูดจริงทำจริงอยู่แล้ว.....ยามะจังหลับตาก่อนสิ"

ได้ยินอย่างนั้นแล้วร่างหนาก็รีบหลับตาลงอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวว่าอีกคนจะเปลี่ยนใจ แต่ก็ยังแอบหรี่ตาขึ้นมองและพบว่าคนรักของเขาที่ยืนหน้าแดงหูแดงด้วยความเขินค่อยๆ โน้มหน้าลงมาหาเขาช้าๆ......ดูกล้าๆ กลัวๆ เหมือนเด็กกำลังลองทำผิดครั้งแรกยังไงอย่างนั้น

ยามาดะ เรียวสุเกะแอบอมยิ้มในใจเมื่อเห็นท่าทางน่ารักจากคนตรงหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบคอคนรักให้โน้มลงมาอย่างรวดเร็วแล้วเป็นฝ่ายเริ่มจูบเองซะเลย

 

"อื้ออ...."

ริมฝีปากร้อนของเรียวสุเกะรุกรานไปทั่ว มันแตกต่างจากจูบนุ่มนวลเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง เพราะครั้งนี้ เด็กหนุ่มจูบด้วยความโหยหา ดูดดื่ม...และร้อนแรงเสียจนยูโตะแทบยืนไม่ไหว และเมื่อลิ้นร้อนได้ทำการรุกรานเข้ามาในโพรงปากเล็ก ยูโตะก็หมดแรง อ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนของคนเจ้าเล่ห์ทันที....ถ้ายามะจังไม่ประคองร่างเขาไว้ ยูโตะก็คงล้มไปแล้วล่ะ

"อ๊ะ...แฮ่ก..ๆ....ยามะ...จัง...." ร่างบางหอบเล็กน้อยเมื่อถูกอีกคนปล่อยให้เป็นอิสระในที่สุด ยังไม่ทันจะสูดอากาศเข้าเต็มปอดดี ริมฝีปากแดงตรงหน้าก็ลอยใกล้เข้ามาทำท่าจะรุกรานเขาอีกครั้งจนยูโตะต้องรีบผลักไหล่คนเจ้าเล่ห์นี่ให้ออกห่างแทบไม่ทัน

"พอแล้ว!....ยามะจังทะลึ่ง ลามก เจ้าเล่ห์ที่สุดเลย~!" มีอย่างที่ไหน หลอกให้เขาจูบก่อนเพื่อจะทำอย่างเมื่อกี้ใช่มั้ยล่ะ บ้าๆๆๆๆ

"อ้าว ก็ยูโตะไม่ยอมจูบสักที ฉันเลยช่วยฝึกให้ไง ไม่ได้เจ้าเล่ห์อะไรเสียหน่อย...แต่ฉันว่าเมื่อกี้ยูโตะยังทำได้ไม่ค่อยดีเลยนะ...งั้นเราไปฝึกในห้องกันต่อดีกว่า ^^"

ไม่รอให้อีกคนตั้งตัว เรียวสุเกะก็รีบดึงแขนคนตัวบางพาเข้าห้องนอนไปทันที และไม่ลืมที่จะล็อคประตูห้องให้เรียบร้อย....หึๆๆ ^^

"มะ...ไม่เอาแล้ว! เดี๋ยวสิยามะจัง ปล่อยน้า ปล่อยซี่....อื้อออ........"

.

.

"....ยูโตะอย่าทำอย่างนั้นสิ ต้องเอียงคอหน่อยรู้มั้ย ฝึกกันอีกครั้งนะ"

"อ๊ะ เดี๋ยวสิยามะจัง เราหายใจไม่ทัน.....อะ....อื้ม..ม....."

.

.

.

"....อื้อ..อ......."

.

.

.

.

.

 

.

.

.

 

.

คุณว่า ความสูง เป็นอุปสรรคกับความรักไหม ?

 

....จะว่าไป ความสูงก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับความรักเท่าไหร่หรอกนะครับ

มันก็เหมือนกับที่พี่ยูยะพูดนั่นแหละ...ว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจของเราสองคนมากกว่า....

 

แล้วผมว่า...ความเตี้ยของผมมันก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่หรอก.....ถ้ามันทำให้ยูโตะยอมจูบผมก่อนแบบนี้

ทาเคชิคุง...เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปขอบคุณนายนะ ที่ทำให้เกิดเรื่องดีดีแบบนี้ได้

 

ฮ้า....ผมรักความเตี้ยตัวเองจัง ;D

 

 

The End

 

 

 

 

 

เย้ ฟิคเรื่องแรกที่เอามาลงที่นี่ค่ะ ~ เพิ่งแต่งจบได้วันก่อนเอง มันเป็นฟิครั่วๆเรื่องหนึ่งที่แต่งตอนรั่วๆค่ะ (หัวเราะ)

เรื่องนี้เมเล่นคำตรงชื่อเรื่องนิดหน่อยหล่ะ~ คำว่า Short นอกจากจะแปลว่าสั้นแล้ว ยังแปลว่าเตี้ยได้ด้วยใช่ม้า~

ก็เลยออกมาเป็นชื่อเรื่องนี้ล่ะค่ะ มั่วมากจริงๆ แถมสั้นมากด้วย สมชื่อเรื่องเลยไง ฮ่าๆ

ถ้ายังไงผ่านเข้ามา ก็ทักทาย ติชมฟิคกันได้นะคะ (ยิ้ม)

เดี๋ยวจะทยอยลงเรื่องอื่นๆด้วย ~~

.

.

สุดท้ายนี้....เมขอโทษน้ายามะจัง ~!

(วิ่งเผ่น)

;P

edit @ 23 Mar 2010 03:34:22 by MaYuya

edit @ 23 Mar 2010 04:38:04 by MaYuya

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าร๊ากกกกกกกกกกม๊ากกกกก

คุณว่า ความสูง เป็นอุปสรรคกับความรักไหม ?

ประโยคแรกก็ .. จิ๊ดดแล้วว


สูงกว่า แล้วจะได้ก้มลงจูบได้
โฮ้วว เป็นเหตุผลที่น่ารักมากเลยอ่ะ

เขิลๆๆ แทนยูโตะ

นั่งอ่านไป เขินไปเลยค่ะ ฮ่าๆๆ ><

ชอบยูยะอ่ะเรื่องนี้
พูดอะไรเป็นสาระเป็นบุญหูของยามะจังเลยเนี่ย

คนเรารักกันที่ใจเนอะ big smile



ขอบคุณที่แต่งฟิคน่ารักๆมาให้อ่านนะคะ

>< น่ารักมากจริงๆเลยนะเนี่ย

#1 By ::YukarI:: on 2010-03-23 22:53

น่ารักมากเลยค่ะ
ชอบบบบบบบบ
ชอบเรื่องbehind loveมากๆเลยด้วย
ตอนนี้ก็ติดตามอ่านอยู่นะคะ*-*

#2 By ryona (125.25.99.255) on 2010-05-18 23:30

kawaii

#3 By alizei on 2011-10-22 01:31

ความสูงไม่มีผลในแนวราบ....อิอิconfused smile

#4 By alizei on 2011-10-22 01:32