Bewitch * ch.1
posted on 23 Mar 2010 22:42 by melodii-fiction in SanaZawa
[Short Fiction] Bewitch *
» มนตร์เสน่ห์ของความรักที่ยากจะถอนตัว
Sanada Yuma X Nozawa Yuki
Chapter 1
“......จำให้ดีนะยูกิ.....”
“....ตระกูลโนซาว่าของเรา......มีเวทมนตร์บางอย่างที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว.....”
.
.
.
“....ยูกิ......โนซาว่า ยูกิ!”
“อ...อะไร”
ร่างบางที่เผลอเคลิ้มหลับไปที่โซฟาตัวยาวสะดุ้งตัวอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองดังอยู่ข้างหู ยูกิกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อไล่ความง่วงออกไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนเรียกด้วยใบหน้าสงสัยและมึนงง
....ก็นี่มันวันหยุดพักผ่อนของเขานี่นา...แล้วจู่ๆ มาเรียกกันเสียงดังอย่างกับบ้านไฟไหม้แบบนี้ จะไม่ให้เขาตกใจได้ยังไงกันล่ะ?
“ฉันเรียกนายเป็นร้อยครั้งพันครั้งแล้วเนี่ย เพิ่งจะตื่นรึไง? ขี้เซาชะมัดเลยนายน่ะ”
“นี่” ยูกิลุกขึ้นนั่ง มือข้างหนึ่งยกขึ้นท้าวราวสะเอว “ฉันขี้เซาแล้วมันหนักหัวนายรึไง นายนั่นแหละ เข้ามาบ้านคนอื่นเค้าแล้วยังจะมาด่าเจ้าของบ้านอีก คนสติดีที่ไหนเค้าทำกันบ้าง”
“โนซาว่า! นายว่าฉันสติไม่ดีงั้นเหรอ”
“จะรับก็รับไป มันเรื่องของนายไม่เกี่ยวกับฉัน” ร่างบางยักไหล่ไม่สนใจคนที่กำลังทำท่าโกรธขึงขังตรงหน้า ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่เปลือกตาบางจะได้ปิดสนิทลง เขาก็รู้สึกว่าร่างของเขาถูกกระชากขึ้นจากโซฟาด้วยมือของใครบางคน
“โอ๊ย! เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ยซานาดะ ยูมะ!”
ยูกิบ่นกระปอดกระแปด มองคนที่ประทุษร้ายเขาเมื่อครู่ตาขวาง ยูมะปล่อยมือตัวเองออกจากข้อมือบางแล้วหยิบจดหมายฉบับหนึ่งส่งยื่นให้
“อะไร!” คนโดนทำร้ายร่างกายถามเสียงห้วนพลางเหวี่ยงค้อนไปให้คนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์สุดขีด ยูมะมองกริยาของเพื่อนข้างบ้านแล้วก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ.....ที่เค้าว่าคนเพิ่งตื่นนอนมักจะโมโหร้ายเนี่ย ท่าจะจริงแฮะ
“จดหมายน่ะสิ...เห็นเป็นตู้เย็นรึไง”
“อย่ามากวนนะ...ฉันรู้แล้วน่ะว่าจดหมาย แต่ถามว่าจดหมายอะไรต่างหาก แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ” ประโยคหลังบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ก็ไม่รอดพ้นจากการได้ยินของใครอีกคนอยู่ดี
“ใครจะไปขยายความจากคำพูดสั้นๆ ของนายได้ล่ะโนซาว่า แล้วถ้าอยากรู้ว่าเป็นจดหมายอะไรก็เปิดอ่านซะสิ แต่ฉันบอกไว้ก่อนเลยแล้วกันว่าไม่ใช่จดหมายรักแน่ๆ คงไม่มีใครหน้ามืด......โอ๊ย ซาดิสต์ชะมัดเลยนายเนี่ย”
มือใหญ่คลำจมูกตัวเองป้อยๆ เมื่อได้รับของกำนัลเป็นหมอนใบใหญ่ที่เขวี้ยงมาจากร่างบางบนโซฟาตัวยาว.....ที่โยนหมอนมาให้เนี่ย หมายความว่าชวนให้นอนเป็นเพื่อนรึเปล่า?....
ถ้าใช่...คงเป็นการชวนที่รุนแรงมากเลยทีเดียว
แต่ถ้าไม่ใช่.....ก็รุนแรงอยู่ดีนั่นล่ะนะ
“ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก” ยูมะพูดด้วยน้ำเสียงล้อเล่นกึ่งล้อเลียนไปในที จนร่างบางต้องปาหนังสือใส่แทนหมอนนุ่มอีกครั้ง คนกวนประสาทตรงหน้าจึงยอมหยุดพูด
“จะเงียบสักสิบวิก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะ!”
ยูกิตวาดใส่พร้อมกับกระชากจดหมายในมือนุ่มตรงหน้าเสียจนมันเกือบจะขาด ก่อนจะเอามาเปิดออกอ่านดู แล้วตาเล็กของเขาก็ค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นตามระดับความตกใจที่มากขึ้นเรื่อยๆ
‘ยูกิลูก...
แม่กับแม่ของยูมะคุงจะไปเที่ยวกันสักพักนะ ยังไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่เหมือนกัน
แล้วช่วงที่แม่ไม่อยู่นี้ ลูกก็อยู่กับยูมะคุงไปก่อนนะลูกนะ
จะไปอยู่บ้านยูมะคุง หรือให้ยูมะคุงมาอยู่บ้านเราก็ได้...
รักลูกนะจ๊ะ แล้วแม่จะซื้อของมาฝาก
...แม่’
“นี่มัน...อะไรกันเนี่ย!?”
ยูกิพูดอุทานเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่ออ่านข้อความในจดหมายฉบับนี้ครบถ้วนทุกตัวอักษร เขาพยายามพลิกหน้าพลิกหลังกระดาษจดหมายที่อยู่ในมือเผื่อจะเจอข้อความอย่างเช่น ‘ทั้งหมดเป็นเรื่องล้อเล่น’ หรืออะไรทำนองนี้บ้าง...แต่สุดท้าย เขาก็ไม่เจออะไรที่บ่งบอกว่าข้อความในจดหมายฉบับนี้เป็นเรื่องล้อเล่นเลยสักนิดเดียว
“มัวแต่นอนขี้เซาอยู่ได้ เห็นมั้ยล่ะ แม่นายพาแม่ฉันหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
“อย่ามากล่าวหาแม่ฉันนะซานาดะ! โธ่! แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะเนี่ย”
ร่างบางพูดอย่างอ่อนใจ ยิ่งคิดไปถึงคุณแม่สุดที่รักแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้.....แม่นะแม่ หนีไปเที่ยวอะไรตอนนี้ อยู่ๆ นึกอยากจะไปก็ไปแบบไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้าเลยเนี่ยนะ!? พ่อเขาก็ไปทำงานต่างจังหวัดอยู่ด้วย ส่วนพ่อของบ้านซานาดะก็ประจำการอยู่ที่ต่างประเทศอีก แล้วตอนนี้แม่มาทิ้งเขาไปอีกคน เขาจะอยู่กับใครล่ะ!
“นี่โนซาว่า”
ขณะที่ยูกิกำลังคิดหาหนทางในการใช้ชีวิตต่อจากนี้แต่เพียงผู้เดียวอยู่นั้น ซานาดะ ยูมะก็เรียกชื่อเขาขึ้นมา ร่างบางเกือบจะตวาดแว้ดใส่ไปแล้วว่าจะเรียกอะไรนักหนา แต่เมื่อหันไปเห็นท่าทางเครียดๆ หน้านิ่วคิ้วขมวดของใครอีกคนแทนที่จะเป็นหน้าตากวนๆ ดังเช่นทุกครั้ง ยูกิก็ต้องกลืนคำต่อว่าลงคอไปแทบไม่ทันพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้คนที่มานั่งอยู่ข้างๆ เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้...แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นในตอนนี้ ซานาดะ ยูมะจะนั่งตรงไหนเมื่อไหร่มันก็ไม่สำคัญ...ที่เขากำลังสงสัยก็คือ ทำไมเพื่อนข้างบ้านเขาคนนี้ต้องทำหน้าเครียดมากมายขนาดนี้ด้วยนะ?.....หรือว่า....จะมีเรื่องอะไรที่มันแย่มากไปกว่านี้อีก?
“มีอะไรงั้นเหรอ...”
ยูกิถามเสียงเบา ในใจกังวลไปสารพัดว่าคนข้างกายนี่กำลังจะบอกอะไร แต่ยูมะก็ยังคงทำหน้าเครียดอยู่อย่างนั้นไม่พูดอะไรออกมาซักคำจนคนรอฟังเริ่มใจไม่ดี
“นี่ซานาดะ...มีอะไรก็พูดมาสิ....”
“...ฉัน.....” ยูมะเกริ่นนำขึ้นมาเบาๆ ทำให้ร่างข้างๆ เผลอเอียงตัวเข้าไปใกล้ให้มากขึ้นอีก...ใกล้จนระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น ยูกิรู้สึกเหมือนตัวเองหยุดหายใจไปพักหนึ่งเมื่อเห็นว่าริมฝีปากอิ่มตรงหน้ากำลังขยับเป็นคำพูดอะไรบางอย่างช้าๆ.......
“...ฉัน....แค่กำลังคิดว่าคืนนี้จะนอนที่ไหนดี...ถ้านอนโซฟามันคงเมื่อยแย่เลยสินะ...นอนเตียงแม่นายก็คงดูไม่ดีแน่.....ถ้าอย่างนั้นนอนเตียงนายนี่แหละดีที่ส.....โอ๊ย! โนซาว่า นายนี่รุนแรงชะมัดเลย”
ยูมะกล่าวว่าร่างบางอย่างไม่ค่อยจริงจังนักเมื่อถูกผลักให้หงายหลังตกโซฟาไป...อันที่จริงเขาติดจะขำเสียมากกว่าที่ได้เห็นเพื่อนข้างบ้านที่รู้จักกันมานมนานทำกริยาน่ารักๆ แบบนี้....ตั้งแต่เงี่ยหูฟังรอเขาพูด...จนถึงผลักเขาตกโซฟานั่นล่ะ
“งั้นฉันจะบอกให้นะ ว่าอย่างนายน่ะ.....ไปนอนกับหมานู่นไป! ซานาดะ ยูมะ!”
ว่าแล้วก็รีบผลุนผันออกจากห้องนั่งเล่นผลุบหายเข้าห้องน้ำไปเพื่อสงบสติอารมณ์อยากฆ่าคนในทันที......ถ้าไม่ติดว่าฆ่าคนแล้วผิดกฎหมายล่ะก็นะ....เขาจะฆ่าหั่นศพซานาดะ ยูมะให้เป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปโยนให้กากินเลยคอยดู!!
ยูมะมองตามหลังบางที่หายเข้าห้องน้ำไป แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อคิดไปถึงคืนต่อจากนี้ที่เขาจะทำเนียนมาขอนอนด้วย....อยากรู้นักว่ายูกิจะหาเหตุผลไหนมาไล่เขาไปได้บ้าง ถ้าเขาไม่ไปซะอย่าง ~
คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนอนหัวเราะอยู่แบบนั้นด้วยความสุขใจ แต่พอยูมะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะบ้าได้ก่อนจะถึงคืนนี้ที่รอคอย- -” เขาจึงใช้มือยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ทว่า...
....ทำไมมันลุกไม่ขึ้นล่ะเนี่ย T^T!
“สมน้ำหน้า”
นั่นคือประโยคแรกที่ร่างบางพูดออกมาหลังจากที่ได้เห็นสภาพของคนที่ชอบกวนประสาทเขา....คอเคล็ด ขาแพลง แขนเดาะ- -” ....แม้จะรู้สึกสะใจนิดๆ ก็เถอะ แต่สาบานได้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้ซานาดะ ยูมะเป็นหนักถึงขนาดนี้ จำได้ว่าตอนผลักก็ไม่ได้ออกแรงอะไรนักหนาเสียหน่อย แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้นะ?
“โนซาว่า นายเป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ จะไม่ขอโทษกันสักคำเลยรึไง”
ยูกิมองคนที่นอนหมดสภาพแต่ยังปากเก่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงแล้วถอนหายใจออกมานิดๆ “ก็ไม่ใช่นายรึไงที่กวนประสาทฉันจนฉันทนไม่ไหวน่ะ...ถ้าจะต้องมีคนผิดสักคนกับเรื่องนี้ ก็ต้องเป็นนายนั่นแหละที่ผิดเอง ไม่ใช่ฉัน”
“แล้วนี่นายจะเดินกลับบ้านไหวมั้ยเนี่ย” ร่างบางถามต่อทั้งๆ ที่ในใจก็รู้คำตอบอยู่แล้ว และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด เมื่อซานาดะ ยูมะทำตาโตมองเขาด้วยความตกใจกึ่งตัดพ้อเล็กน้อย จนทำให้ตัวเขาเริ่มจะรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ แล้วสิ..
“ใจคอนายจะให้ฉันเดินกลับบ้านด้วยสภาพแบบนี้น่ะเหรอโนซาว่า ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะว่านายจะเป็นคนใจจืดใจดำใจร้ายได้.....”
“รู้แล้วๆๆ เลิกบ่นเป็นตาแก่สักที ฉันไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นสักหน่อย แค่ถามไปอย่างนั้นแหละ”
เมื่อได้ฟังคำพูดประโยคนี้ของเพื่อนหน้าหวานแล้ว ยูมะก็ยิ้มแป้นอย่างพอใจ “งั้นก็ดี”
“แล้วคืนนี้นายจะนอนที่ไหนล่ะ” ยูกิเอ่ยถามพลางคิดไปด้วยว่าที่ว่างในบ้านยังเหลืออีกมั้ย แต่คิดกี่ทีๆ เขาก็ได้คำตอบแค่ว่า ไม่นอนที่ห้องนอนแม่ นอนโซฟาห้องรับแขก ก็ต้องนอนที่ห้องนอนเขา...มีแค่สามทางให้เลือกเท่านั้นล่ะ......ซึ่งทางที่สามคงจะเป็นทางเลือกสุดท้ายและท้ายสุดแน่นอน
“คืนนี้?...ฉันก็นอนห้องนายไงโนซาว่า”
“จะบ้าเหรอ! เรื่องอะไรฉันต้องให้นายนอนด้วยล่ะ นายน่ะนอนโซฟานี่แหละดีที่สุดแล้ว” ร่างบางพูดสรุป(เอาเอง)เสร็จแล้วก็เดินผละไป แต่ก็ถูกมือใหญ่ของใครอีกคนจับแขนไว้เสียก่อน
“อะไรอีกล่ะ ฉันหิว จะไปหาข้าวกิน”
“........ฉัน.....ช่างเถอะ ยังไงซะ ฉันมันก็แค่คนอาศัย จะมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้....”
ยูมะทำคอตก เสียงเศร้าราวกับว่าชีวิตกำลังถึงจุดต่ำสุด(?)ยังไงอย่างนั้น มือที่จับแขนร่างบางไว้ก็ค่อยๆ ปล่อยออกช้าๆ เหมือนภาพสโลโมชั่นในละคร - -” ยูกิถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพื่อนข้างบ้านนอนแน่นิ่งไป แล้วพอเขาจ้องหน้าเข้าหน่อยก็หันหน้าหนีไปทางอื่นซะอย่างนั้น ...เออ สรุปแล้วเขาเป็นคนผิดใช่มั้ยนี่ ??
“เออๆๆ นอนห้องฉันก็นอนไปสิ จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย หิวเว้ย” ยูกิบอกปัดๆ พลางเดินหายไปทางห้องครัวทันที...พอลับหลังคนตัวบางเท่านั้นแหละ เจ้าของร่างหนาก็ยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ยกแขนข้างที่เจ็บขึ้นมาแกว่งๆ อย่างมีความสุขเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่ใครก็เข้าไปไม่ถึง(?) - -
คืนนี้ล่ะนะ...ที่เขาจะได้มีโอกาสอยู่กับยูกิสองต่อสองซะที ~
แม่ครับ...ผมรักแม่จัง
^^
“นี่โนซาว่า...ขอน้ำแก้วสิ”
“นี่...ขอข้าวกินบ้างไม่ได้รึไง”
“นี่ ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”
“นี่....”
“โว้ยยยยยย!” ร่างบางตะโกนสุดเสียง เกินจะทนแล้วนะ ไอ้บ้าซานาดะ ยูมะ ตั้งแต่มานอนหมดสภาพในบ้านคนอื่นเนี่ย ก็เรียกใช้ให้เขาทำนู่นทำนี่ให้ตลอด ตกลงมันแค่คอเคล็ดขาแพลงแขนเดาะหรือว่าเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ทั้งตัวเนี่ย!!
“นาย...ไอ้บ้า ตกลงกลายเป็นง่อยไปแล้วใช่ไหม ทำอะไรเองไม่ได้เลยหรือไง แค่ลุกไปเข้าห้องน้ำยังต้องให้ฉันพาไปอีกเรอะ ถ้าขามันใช้การไม่ได้ถึงขนาดนั้นฉันแนะนำว่าให้ตัดขาทิ้งซะเลยดีกว่า ถ้านายขาด้วนฉันจะเต็มใจดูแลนายมากกว่านี้อีกพันเท่าล้านเท่าเลย ไอ้บ้าซานาดะ ไปตายซะไป!!”
ยูกิระเบิดออกมาชุดใหญ่แล้วลุกขึ้นยืนจ้องคนที่นอนใช้เขามาตลอดทั้งวันอย่างกินเลือดกินเนื้อ ถ้ารู้ว่าการที่ยอมให้นายบ้านี่มาอยู่ที่บ้านเขาด้วยตอนนี้จะทำให้เขาแทบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ต้องคอยดูแลรับใช้พาคุณชายพิการนี่ไปไหนมาไหนแบบนี้ เขายอมเป็นคนใจดำไล่หมอนี่ออกไปจากบ้านตั้งแต่แรกดีกว่า...แต่มาคิดได้ตอนนี้ ดูจะสายไปเสียแล้วยูกิ
ร่างหนาที่นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวเงียบเสียงลงทันทีเมื่อได้ยินคำตวาดของเพื่อนตัวบาง ยูมะพูดพึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย แต่ก็ยังไม่เบาพอที่ยูกิจะไม่ได้ยิน
“ฉันก็แค่อยากขอบคุณนายเท่านั้นเอง...แล้วก็อยากขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบากใจ”
ว่าแล้วก็ทำคอตก หน้าเศร้าเข้าไปอีก แล้วคนใจอ่อนอย่างยูกิมีหรือจะทนไหว ?
“เออ ฉันอโหสิให้ จะได้ไม่ต้องจองเวรจองกรรมต่อกันอีก”
“แต่ฉันยังอยากจองเวรจองกรรมกับนายต่อนะโนซาว่า” ยูมะพูดพึมพำด้วยเสียงเบาราวกับกระซิบ ทำให้ยูกิได้ยินไม่ชัด “นายว่าอะไรเวรๆ กรรมๆ นะ”
“เปล่า ฉันแค่บอกว่าวันจันทร์ฉันเป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียนน่ะ เวรกรรมจริงๆ เลย เพิ่งนึกขึ้นมาได้”
ร่างหนาพูดปดไปหน้าซื่อๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรจึงไม่ได้ถามต่อ
“งั้นนายก็นอนอย่างนี้ไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะไปทำอะไรมาให้กิน”
ยูกิที่เริ่มอารมณ์เย็นขึ้นหลังจากได้ยินคำขอโทษจากยูมะเดินออกจากห้องแล้วเข้าห้องครัวไป...เมื่อกี้ยังบ่ายอยู่เลยแท้ๆ เผลอแป๊บเดียวเย็นซะแล้ว แล้วเขาก็ต้องทำข้าวเย็นอีก เฮ้อ...
เกิดเป็นโนซาว่า ยูกินี่เหนื่อยจริงๆ
แล้วถ้าไม่มีซานาดะ ยูมะ เขาจะเหนื่อยน้อยลงกว่านี้รึเปล่านะ ?
คิดแล้วก็ยักไหล่...จะเหนื่อยน้อยเหนื่อยมากก็ช่าง มันก็เหนื่อยเหมือนกันทั้งหมดนั่นแหละ
ลับหลังคนตัวบางเจ้าของบ้าน ยูมะก็ยกยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์...ก็เขารู้อยู่แล้วน่ะสิว่ายูกิน่ะใจอ่อนจะตายไป แค่ขอโทษนิดทำหน้าเศร้าหน่อยก็ใจอ่อนยอมยกโทษให้ทุกอย่างแล้ว หึหึ..
นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอีกนิดหน่อย ก็รู้สึกว่าคอแห้งชอบกล แต่ก็คงจะไม่แปลกหรอกเพราะเขาไม่ค่อยได้ดื่มน้ำเลยนี่นา แล้วก็ยังพูดมากเรียกหาแต่ยูกิทั้งวันอีก ถ้าคอมันไม่แห้งสิจะแปลกมาก - -”
ว่าแล้วยูมะก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปหาน้ำดื่ม แต่จะไปทางห้องครัวก็คงจะไม่ได้ เดี๋ยวยูกิรู้หมดพอดีว่าเขาแค่แกล้งขาแพลงแขนเดาะไปอย่างนั้นเอง (แต่คอเคล็ดจริงนะ T T: ยูมะ) ร่างสูงจึงเดินหาน้ำดื่มเอาแถวๆ นี้แทน
แต่ดูเหมือนที่ห้องนั่งเล่นนี้จะไม่มีขวดน้ำตั้งไว้เลยสักขวด ตอนแรกยูมะกะจะกลับไปนอนที่เดิมแล้วรอให้ยูกิหาน้ำมาให้เหมือนเดิมแล้ว แต่สายตาเขาพลันเหลือบไปเห็นขวดน้ำขวดหนึ่งตั้งอยู่บนหลังตู้กระจกใส่ของกระจุกกระจิกเข้าพอดี...แม้จะยังสงสัยอยู่มากว่าน้ำที่อยู่ในขวดนี้มันสามารถกินได้หรือไม่ แต่ความกระหายดูเหมือนจะมีมากกว่า ทำให้ขายาวของซานาดะ ยูมะก้าวไปทางตู้กระจกนั้นช้าๆ แล้วหยิบขวดน้ำนั้นขึ้นมา เมื่อพิศดูแล้วมันก็เหมือนกับขวดน้ำเปล่าธรรมดาๆ ขวดหนึ่ง ร่างหนาจึงไม่คิดอะไรอีก เปิดฝาออกแล้วกระดกขวดน้ำนั้นขึ้นดื่ม...จนหมดขวด!
ยังไม่ทันที่จะได้ปิดฝาขวดน้ำหรือทำอะไรกับมัน ยูมะก็รู้สึกง่วงขึ้นมาโดยฉับพลัน เปลือกตาเขารู้สึกหนักอึ้งจนลืมแทบไม่ไหว สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดเขาตอนนี้คือ โซฟาที่นอนเท่านั้น
แล้วภาพสุดท้ายที่ได้เห็นก็คือ ขวดน้ำที่เขาได้วางไว้บนโต๊ะรับแขกข้างตัวค่อยๆ ล้มลงช้าๆ.....และจากนั้นความมืดก็เข้าครอบงำจนเขามองอะไรไม่เห็นอีกเลย
.
.
.
ยูกิใช้เวลาทำอาหารมื้อเย็นนี้ไม่นานนัก อาจเป็นเพราะเมื่อตอนกลางวันยังพอมีกับข้าวเหลืออยู่บ้างจึงแค่เอามาอุ่นให้มันร้อนก็เท่านั้น แล้วก็ทำอะไรง่ายๆ เพิ่มอีกอย่างสองอย่างก็เป็นอันเสร็จ ทั้งๆ ที่ปกติถ้ามีเวลาว่างแบบในตอนนี้เขาจะค่อยๆ ทำอาหารแต่ละอย่างอย่างประณีต แต่สำหรับตอนนี้ เมื่อนึกถึงเสียงบ่นว่าหิวของใครอีกคนที่อยู่ในบ้านด้วยแล้ว ยูกิจึงรีบทำอาหารให้เสร็จไวๆ แล้วจะได้ลงมือทานข้าวมื้อเย็นนี้เสียที
...แต่ที่เขารีบทำนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาหิวด้วยหรอกนะ ไม่ใช่ว่าเป็นห่วงกลัวใครอีกคนนั่นหิวตายไปเสียก่อนเลยสักนิดเดียว!
ร่างบางทยอยยกกับข้าวออกมาวางตรงโต๊ะอาหารจนเสร็จ จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปหาใครอีกคนที่ยังนอนอยู่ที่โซฟาตัวยาวเพื่อเรียกมากินข้าว เห็นบ่นว่าหิวๆ นึกว่าจะรีบลุกขึ้นมากินตั้งแต่ตอนเขายกกับข้าวจานแรกเข้ามาวางเสียอีก แต่นี่กลับยังนอนเงียบ..นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนตัวเลยสักนิด
“ซานะดะ มาทานข้าวได้แล้ว หิวนักไม่ใช่หรือไง”
เงียบ....
“นี่ซานาดะ ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ” ยูกิขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด จนมายืนอยู่ชิดโซฟา ร่างบางนั่งลงคุกเข่าที่พื้นเพื่อให้ยูมะอยู่ในระดับสายตาเดียวกัน กำลังจะอ้าปากเรียกอีกครั้งแต่เสียงลมหายใจที่ดังอย่างสม่ำเสมอทำให้ยูกิชะงักเสียงเรียกของตัวเองเอาไว้แล้วมองใครอีกคนที่นอนหลับอยู่อย่างเงียบๆ
“เวลาหลับก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรนี่นา” ร่างบางพึมพำกับตัวเองขณะยังมองซานาดะ ยูมะอยู่อย่างนั้น....จะว่าไปหมอนี่ก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย....แพขนตายาว จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป....ถึงว่าสิ พวกผู้หญิงที่โรงเรียนถึงได้กรี๊ดกันออกอย่างนั้น
......แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยสังเกตเลยนะ
อาจเพราะเขากับซานาดะรู้จักกันมานาน แล้วหมอนี่ก็ไม่เคยพูดดีๆ กับเขาได้เกินห้านาทีเลยสักครั้ง เขาเลยไม่มีเวลามาสังเกตอะไรน่ะสิ
“แล้วทำไมนายถึงไม่เคยพูดดีๆ กับฉันได้เลยนะ ซานาดะ”
“..อืม...”
เสียงครางที่ดังขึ้นเบาๆ ทำให้ยูกิสะดุ้งตัวด้วยความตกใจ กำลังจะลุกขึ้นยืนแต่มือหนาของใครอีกคนก็คว้าหมับเข้าที่แขนของเขาเสียก่อน และยังไม่ทันที่ยูกิจะได้ทำอะไรหรือคิดอะไร ร่างหนาที่นอนอยู่ตรงโซฟาก็ออกแรงดึง ทำให้ยูกิที่ไม่ทันระวังตัวล้มทับไปบนตัวของยูมะเต็มๆ!
“เฮ้ย~!! ทำอะไรของนายน่ะซานาดะ!”
ยูกิร้องโวยวายออกมาทันทีเมื่อได้สติกลับคืนมาหลังจากที่ได้ลงไปนอนซบอกกว้างของร่างหนาอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางยันตัวเองขึ้นจากตัวของอีกคนแล้วรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอยหลังไปสองสามก้าวเมื่อร่างหนาของยูมะลุกขึ้นยืนตามเขาแล้วเดินใกล้เข้ามา
“มะ...มีอะไร”
เพราะท่าทีที่ดูแปลกไปของเพื่อนข้างบ้านคนนี้ทำให้ยูกิเสียงสั่นขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อถามออกไปแล้วอีกฝ่ายก็ยังเงียบ เอาแต่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แถมยังจ้องหน้าเขาแปลกๆ อีก ทำให้ยูกิทำอะไรไม่ถูกนอกจากเดินถอยหลังไปอย่างนั้นจนกระทั่งหลังชนเข้ากับตู้โชว์ที่อยู่ใกล้ๆ
และทันใดนั้นเอง ซานาดะ ยูมะ เพื่อนข้างบ้านที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กและไม่เคยพูดจากันดีๆ เกินห้านาทีสักครั้งก็กอดเขาเอาไว้ทั้งตัว พร้อมกับพูดในสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของผู้ชายคนนี้!!
.
.
“ยูกิ....ฉันรักนาย”
To be continued
ไปขุดฟิคในคลังมาลงค่ะ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่เมเคยพูดไว้ว่าจะไม่ดอง แต่สุดท้ายก็ดองจนได้ - -
รู้สึกแย่แฮะที่พูดแล้วทำไม่ได้ .. คราวหลังไม่พูดดีกว่า (ซะงั้น)
เรื่องนี้(คาดไว้ว่า)สามตอนจบค่ะ แต่งไปได้เกือบจบแล้วดองไว้ (- -) นิสัยไม่ดีเลย เยาวชนที่ดีไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะคะ (หัวเราะแห้ง)
เดี๋ยวไปแต่งตอนสามให้จบดีกว่า ซานะจังรอแย่แล้วสิเนี่ย ฮ่าๆๆ ร้องเพลงรอนนจังไปก่อนนะน้องรัก เอิ๊กกก
- - ทำไมตัวหนังสือมันเกินๆ ออกมาหว่า เป็นแค่คอมเมหรือว่ามันเป็นยังงี้ ??
แก้ยังไงล่ะเนี่ย งงๆ - -"
edit @ 23 Mar 2010 23:21:24 by MaYuya
สารบัญ Ficton




ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ขอกรี๊ดร้องให้ก้องโลก!!!!!!!!!!!!!! เข้ามาโดยการเสิร์ช
ฟิคสโนว์แมนเพราะอยากอ่านมากเหลือเกินT^T
และแล้วก็มาเจอฟิคเรื่องนี้และคู่นี้!!! ถึงไม่เคยอ่านคู่นี้
มากก่อน แต่ปกติก็จิ้นอยู่แล้ว กร๊ากกกกกกกกกกกกก
น้องออกรายการด้วยกันบ่อย จึงทำให้จิ้นไปโดยปริยาย
แต่ไม่คิดว่า ถ้าได้อ่านเป็นเรื่องเป็นราวมันจะทำให้ต่อมจิ้น
ทำงานเกินประสิทธิภาพขนาดนี้!!!!!!! อร๊ากกกกกกกกก
(แล้วแกจะแหกปากทำไมบ่อยๆห๊ะ!!?!!)
ว่าแล้วไง ว่าแล้วไง!!!!!!!!(แกว่าเมื่อไหร่ไม่ทราบ-*-)
ซานะจังต้องแอบคิดซัมติงกับนนจังอย่างแน่นอน เอิ๊ก!!!
แล้วมาบอกรักค้างไว้อย่างนี้มันค้างนะ!! ค้างมากเลยย!!
นนจังจะทำยังไงต่อนะ นนจังจะรับรักซานะจังมั้ย??????
หรือซานะจังแค่แกล้งนนจัง เอ๊ะ!ไม่น่าจะใช่ 555555555
ไม่เดาแล้วดีกว่า ไปอ่านต่อแล้ววววววววววววววว!!!
ขอบคุณสำหรับฟิคสโนว์แมนคู่ซะนะซาว่าจ้าา^[]^
#1 By PANGL on 2010-07-28 20:53